โดม เดอะสตาร์ เคยโกรธคนบูลลี่รูปลักษณ์ แต่โดนจนชินแล้ว รับคิดผ่าตัดขากรรไกร

0 116

กลายเปนเรื่องที่ถูกล้อกันมาตั้งแต่ก่อนเข้าวงการ สำหรับรูปลักษณ์ของนักร้องเสียงดี อย่าง หนุ่ม โดม เดอะสตาร์ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย หนุ่ม โดม จารุวัฒน์ เชี่ยวอร่าม หรือ โดม เดอะสตาร์ มาร่วมงาน การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ 2562 “สืบมรรคา” พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่มีคนคอมเมนต์วิจารณ์เรื่องรูปลักษณ์ และบุคลิกภายนอก ให้ไปผ่าตัดขากรรไกร เพื่อปรับบุคลิกและจุดบกพร่องบนใบหน้า

ล่าสุดโดนวิจารณ์อีกแล้ว?
“ครับ แน่นอนว่าคนในวงการบันเทิง คนที่อยู่ในแสงไฟ หรืออยู่ในสื่อทำอะไรคนก็จะได้เห็น ได้ใกล้ชิดและสามารถเข้ามาพิมพ์วิจารณ์ ติชมได้เต็มที่ ซึ่งแน่นอนว่าเราต้องเจอ เมื่อก่อนก็เจอ ทุกวันนี้ก็ยังเจออยู่ แต่ว่ามันน้อยลงและไปในทิศทางที่ดีขึ้น ผมว่าคนเริ่มเข้าใจคำว่าบูลลี่ และเริ่มที่จะไม่ทำ แต่บางคนเขาก็คงอยากบอก ซึ่งมันอาจเป็นความหวังดีของเขา เราก็พยายามทำความเข้าใจมากขึ้น”

มีการน้อยใจบ้างไหม?
“เมื่อก่อนน้อยใจ แต่ทุกวันนี้ไม่แล้ว เรารู้สึกว่าเราแฮปปี้มากกับการมีอยู่ของเราทุกวันนี้ และรู้สึกว่าภูมิใจในตัวเอง เหมือนมันเป็นการเติมพลังให้ตัวเอง ถ้าเราเจอแบบนี้และเราไปนอยด์กับมัน เสียใจกับมันพลังลบมันก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น เราก็แค่ใส่พลังบวกเข้าไปมากขึ้น”

เคยโกรธบ้างไหม?
“โกรธ ถ้าบางคนมาแบบไม่มีเหตุผล มาใช้คำหยาบ แบบนี้เราก็โกรธรู้สึกว่า ทำไมต้องมาทำแบบนี้ ตัวเขาก็อาจไม่ชอบคนที่มาทำอะไรแบบนี้ใส่ตัวเขาเองเหมือนกัน และทำไมเราต้องไปทำใส่คนอื่น แต่ถ้าบางอันเขาเข้ามาแบบอธิบายด้วยเหตุและผล เราก็จะอธิบายด้วยเหตุและผลให้เขาฟังเหมือนกัน”

ล่าสุดก็ค่อนข้างแรง?
“ใช่ มันเป็นเคสที่เราเจอและรู้สึกว่า สิ่งหนึ่งไม่ได้ตอบโต้เพื่อความสะใจ แต่ต้องการทำให้เขารู้ว่าต้องศึกษาการผ่าตัดกรามขากรรไกร มันไม่ได้เหมือนเดินเข้าร้านสะดวกซื้อและออกมา มันไม่ง่ายขนาดนั้น หรือโดยไม่มีผลกระทบอะไรมันไม่ง่ายขนานนั้น มันมีผลเยอะแยะมากมายและเราต้องใช้ร่างกายใช้เสียงร้องเพลงในการทำงานมันมีผล หากผ่าตัดไปแล้วกลับมาไม่เหมือนเดิมล่ะ เพราะมันเคยมีเคสที่ทำแล้วทุกอย่างมันลงตัว กับอีกหลายๆเคสที่ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว ต้องฝึกให้กลับมาพูด มาฝึกร้องใหม่อันนี้เราก็เห็นตลอด ซึ่งเราต้องใช้เวลาศึกษาพอสมควร”

อธิบายไปคนเข้าใจไหม ?
“ผมไม่รู้เขาเข้าใจไหม แต่ว่าผมมีหน้าที่แค่บอกว่า สิ่งที่คุณบอกมาอันนี้เราขอบคุณ แต่เราก็อธิบายฝั่งเราให้ฟังว่า เราผ่านการศึกษามาแล้วเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าเราจะไม่สนใจเลยและปล่อยให้ตัวเองแย่ไปตลอด เราก็ดูแลตัวเองเหมือนกัน”

ส่วนตัวแล้วเราคิดจะทำอยู่แล้ว ?
“คิดนะครับ ไม่ใช่ว่าจะดูแลเรื่องบุคลิกภาพอย่างเดียว เราดูแลเรื่องสุขภาพด้วย เพราะเขาบอกว่าแก่ตัวไปอาจปวดหัวบ้าง เคี้ยวข้าวไม่ถนัดบ้าง อันนี้มันมีผลเลยคิดว่า ถ้าเราจะทำเหตุผลสุขภาพต้องมาอันดับหนึ่งบุคลิกก็ต้องพัฒนาเหมือนกัน ไม่ใช่ทำหน้าอย่างเดียวออกมาแล้วจะหล่อเลย น้ำหนักก็ต้องลด มันมีหลายๆ ส่วนที่ต้องดูแลไปพร้อมๆกัน”

ตอนนี้ปัจจุบันมีผลกระทบอะไรกับเราไหม ?
“ตอนนี้ยังครับ ยังไม่มีผลกระทบขนาดนั้น แต่ว่าอนาคตมันก็ต้องมีผลแหละ ไม่ทำช้าก็ต้องทำอยู่ดี แต่ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการศึกษาก่อน ว่าจะทำที่ไหนกับใคร ก็ขอศึกษาไว้ก่อน ว่าต้องสำรองเงินเอาไว้เท่าไหร่ ระยะเวลาในการพักฟื้นกี่เดือน มันมีผลกระทบมากๆไม่ใช่แค่ตัวเรา มีผลต่อครอบครัวด้วย”

กลัวไหมถ้าทำแล้วเสน่ห์เราจะหายไป ?
“จริงๆก็กลัวนะ เพราะหลายๆคนบอกไม่ต้องทำหรอก เราชอบที่คุณที่เป็นแบบนี้ แต่ว่าเรื่องเสน่ห์จริงๆแล้วอาจไม่ใช่เรื่องรูปร่างหน้าตา มันอาจจะเกี่ยวกับนิสัยใจคอที่เราใส่ใจในการทำงาน เราใส่ความเป็นตัวเองในการทำงาน เพราะเราใส่ใจรายละเอียดในการทำงาน”

ตอนนี้มีปัญหาหลักๆ อะไร หรือผลกระทบอะไรไหม เช่นการเคี้ยว?
“ยังครับยังไม่เคี้ยวปากตัวเอง ตอนนี้ปกติยังกินจุได้เหมือนเดิม”

ถ้าตัดสินใจทำจริงๆ เรื่องเสียงจะมีผลกระทบเยอะไหม ?
“อันนี้ก็มีส่วนนะครับ เพราะว่ามีคนมาอธิบายคอมเมนต์เหมือนกันว่าเขาก็ทำ และใช้เวลาในการฝึกพูด ฝึกร้อง ใหม่ทุกอย่างหลายเดือน 4-5 เดือน ซึ่งอันนี้ผมต้องไปคุย คุณหมอยังบอกไม่ได้เลยว่าเคสเรามันจะสำเร็จร้องเปอร์เซ็นต์ หรือทำแล้วต้องใช้เวลาในการพักฟื้นเท่าไหร่ เขาได้แค่ประมาณการ สรีระแต่ละคนไม่เหมือนกัน หากคุณหมอคนไหนสนใจ อยากให้คำปรึกษา ก็ยินดีฟังครับเพราะกำลังศึกษาเรื่องนี้อยู่ครับ”

ขอบคุณ : ข่าวสด / domejaruwat

Loading...

ข่าวน่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติมจากผู้เขียน