ชาวสลัมเปิดใจ ไม่มีใครได้เงินเยียวยา ไร้คนเหลียวแล ต้องดูแลกันเอง

0 129

มื่อวันที่ 9 เมษายน 2563 นางนุชนารถ แท่นทอง ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาค ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการแจกเงินเดือนละ 5,000 บาทเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า เท่าที่คุยกับพี่น้องในสลัมยังไม่เห็นมีใครบอกว่าได้รับเงิน 5,000 บาทเลย แม้กระทั่งคนขับรถแท็กซี่และมอเตอร์ไซรับจ้างก็บอกว่าไม่ได้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ชาวบ้านกำลังระดมข้าวของเพื่อช่วยเหลือกันเองในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้มากที่สุด โดยคำนึงถึงเรื่องความยั่งยืนด้วย เช่น การรวมกลุ่มกันประกอบอาชีพตามความชำนาญของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการทำน้ำพริก การเกษตร โดยมีย่อห้อของตัวเอง ซึ่งขณะนี้มีหลายภาคส่วนของสังคมได้ร่วมกันบริจาคข้าวของ เราอาจใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ในการตอบแทนน้ำใจ เราก็ไม่รู้เขาเอามาตรฐานอะไรมาวัด ทั้งลูกจ้างรายวัน ขายของไม่ได้แล้ว จำนวนไม่น้อยเป็นลูกจ้างร้านอาหาร กลับไม่ได้เลย ประกันสังคมพวกเขาก็ไม่มี ถ้ารัฐจะแก้ไขให้ตรงเป้าคือการให้ความช่วยเหลือแบบถ้วนหน้า เราเชื่อว่างบประมาณมีพอเพียงสำหรับทุกคน แต่เขาไปจัดสรรให้คนไม่เท่ากัน คนที่เดือดร้อนและเป็นประชาชนควรได้รับแบบถ้วนหน้า จะได้ไม่ต้องต่อว่ากันเอง เกี่ยงกันเอง บางครอบครัวเขาอาจได้ 4-5 คน เขาก็มีสิทธิเก็บไว้ใช้ในยามจำเป็นในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า ทุกคนควรมีสิทธิได้ใช้ภาษีของตัวเอง” ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาค กล่าว

นางนุชนารถ กล่าวว่า เท่าที่เห็นหลายภาคส่วน รวมมถึงภาครัฐที่มาลงขันช่วยเรา มักกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ชุมชนแออัดในปริมณฑลกลับได้รับความช่วยเหลือน้อยมาก เหมือนชุมชนยังต้องช่วยกันเอง ตอนเราเอาข้าวของที่มีผู้บริจาคให้เครือข่ายสลัม 4 ภาคไปแจก เขาบอกว่าไม่เห็นมีหน่วยงานรัฐมาช่วยเหลือเลย ตอนนี้ที่น่าเป็นห่วงคือชุมชนที่ไม่ได้จดทะเบียนไว้กับเขตหรือมหาดไทย ซึ่งมีอยู่จำนวนไม่น้อย พวกเขาต้องตกสำรวจ บางพื้นที่ทางสำนักงานเขตก็ไม่ไปพ่นยาให้เพราะเหมือนเขาไม่รู้”นางนุชนารถ กล่าว ด้านนางสุจิน รุ่งสว่าง ประธานสมาพันธ์ศูนย์ประสานงานแรงงานนอกระบบ กล่าวว่า แรงงานนอกระบบก็มีทั้งคนได้ 5,000 บาทและคนที่ไม่ได้ โดยที่มีปัญหาส่วนใหญ่บอกว่าเลขบัตรประชาชนไม่ตรงและยังขาดข้อมูล ซึ่งขณะนี้ทางศูนย์กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ แต่ประเด็นที่รู้สึกติดใจคือ การลดจ่ายเงินสมทบในมาตรา 39 เหลือเดือนละ 86 บาท แต่ผู้ประกันตนในมาตรา 40 กลับยังต้องจ่ายเท่าเดิมคือเดือนละ 100-300 บาท เงินจำนวนนี้แม้ดูไม่มาก แต่ในยามที่ไม่มีรายได้ก็ถือว่าหนักและเหมือนเรามีรายจ่ายเพิ่มขึ้น

Loading...

พอใช้ระบบออนไลน์ คนชั้นกลางสามารถเข้าถึงก่อนชาวบ้านที่เดือดร้อน บางคนจึงบอกว่าเงิน 5 พันบาทเป็นเศษเงินที่เอาไว้หลังตู้เย็น ก็หวังว่าในรอบใหม่นี้ รัฐบาลจะปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยเฉพาะการให้ลงลงทะเบียนออนไลน์ เพราะพวกเราส่วนใหญ่กรอกไม่เป็น คนที่ไม่กรอกก็จะไม่ได้ ยิ่งคนๆนั้นไม่มีลูกหลานก็จะยิ่งลำบาก จริงๆแล้วรัฐสามารถดึงข้อมูลทั้งจากระบบบัตรทอง และประกันสังคมไปใช้ได้เลย หรือระบบการจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุก็มี”นางสุจิน กล่าว เมื่อถามถึงการแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืนควรเป็นอย่างไร นางสุจิน กล่าวว่าอยากให้มองทั้ง 3 ระยะคือระยะเร่งด่วน ปานกลางและระยะยาว ช่วงนี้คนจำนวนมากกลับไปอยู่ต่างจังหวัดก็อยากให้รัฐตั้งกองทุนส่งเสริมการทำเกษตรหมุนเวียนโดยใช้ฐานเศรษฐกิจพอเพียงให้เขาปลูกพืชระยะสั้นเพื่อให้ได้เงินระหว่างอยู่บ้าน อยากให้รัฐบาลใช้โอกาสนี้สร้างนักการเกษตรและนักการตลาดรุ่นใหม่ ส่วนคนไม่มีที่ดิน รัฐควรเอาที่ดินของรัฐจัดสรรให้เขา ส่วนคนจนในเมืองก็ควรพัฒนาเรื่องอาชีพเพราะทุกที่ต่างมีกรรมการชุมชน และหน่วยงานราชการมีมากมาย

ขอบคุณ : naewna

ข่าวน่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติมจากผู้เขียน