โซเชียลชื่นชม 2 สาวสุรินทร์ กลับจาก ตจว.กักตัวเอง 14 วันในเถียงนา

0 198

คนที่กลับจากต่างประเทศที่หนีกักกันตัวเมื่อคืนวันที่ 3 เม.ย.ยนดูตัวอย่าง “สาวเถียงนาน้อยอินดี้” กลุ่มเสี่ยงโควิดกลับจากต่างจังหวัดกักตัวเองในเถียงนา 14 วันเพื่อรับผิดชอบต่อสังคม

จากมาตรการต่างๆ ที่มีการจัดการอย่างเข้มงวดของจังหวัดสุรินทร์และให้ความสำคัญกับการเว้นระยะห่างทางสังคม รวมถึงการขอความร่วมมือให้ประชาชนอยู่บ้าน ลดการเดินทาง เพื่อสกัดกั้นและควบคุมการระบาดของโรค COVID-19 ไม่ให้แพร่กระจายในวงกว้าง

การเฝ้าระวังของชุมชนหมู่บ้านเป็นส่วนหนึ่งในการดูแล และมาตรการตั้งด่านในหมู่บ้านเพื่อคัดกรอกคนในชุมชนหมู่บ้านในการเข้าออก เช่น ที่บ้านนาดีหมู่ 1 ต.หนองระฆัง อ.สนม จ.สุรินทร์ ก็ใช้มาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด หากคนในชุมชนออกไปต่างจังหวัด หรือเข้าในพื้นที่หมู่บ้านก็ต้องแจ้งผู้ใหญ่บ้านทราบ และหากเป็นจังหวัดพื้นที่เสี่ยง ทางหมู่บ้านจะขอให้กักตัว 14 วัน เฝ้าดูอาการ

Loading...

โดย นายอนันตชัย สอนสมนึก สารวัตรกำนันตำบลหนองระฆัง อ.สนม จ.สุรินทร์ ได้กล่าวว่า หมู่บ้านได้ประชาคมในการเฝ้าระวัง หากพบกลุ่มเสี่ยงก็จะให้กักตัว 14 วัน ซึ่งมีกลุ่มเสี่ยงอยู่ 8 คน และทั้งหมดยอมก็ยอมกักตัว โดยทั้งหมดจะไม่อยู่ในบ้านเพื่อเลี่ยงพบปะผู้คน จะไปกักตัวอยู่ที่ทุ่งนา พร้อมกับพาผู้สื่อข่าวไปดูสถานที่กลุ่มเสี่ยงกักตัว ซึ่งอยู่ท้ายหมู่บ้าน ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 800 เมตร

ซึ่ง 2 หญิง ยอมเปิดเผยยินดีให้ผู้สื่อข่าวถ่ายภาพ บริเวณที่ 2 สาวนั้นกักตัว อยู่กินแบบอินดี้ มีกองฟางในเถียงนา ถ้วยชาม มีกองไฟใช้สำหรับต้มมาม่ายามหิว ไม่มีพัดลมเครื่องใช้ไฟฟ้า อาบน้ำซักผ้าแบบบ้านๆ ซึ่งมีน้ำสูบขึ้นมาใส่ถังไว้อาบ สาวกลุ่มเสี่ยง บอกว่า อยู่แบบอินดี้ สุขสบายดี เราต้องรับผิดสอบต่อสังคม ซึ่ง 2 สาวบอกว่ากักตัวได้ 4 วันแล้ว

ส่วนอีกรายกลุ่มเสี่ยงที่กักตัวอยู่เถียงนาห่างกันประมาณ 200 เมตร นายวัน สง่างาม อายุ 52 ปี กักตัวอยู่แบบพอเพียง ซึ่งนายวันชัย บอกว่า ตนได้เดินทางมาจากชลบุรี ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.ถึง 27 มี.ค.63 ก็ได้มากักตัวได้ 7-8 วันแล้ว อยากฝากถึงทุกคน ให้รักษาดูแลสุขภาพตัวเอง ให้ทำตามกฎของเจ้าหน้าที่ ทางรัฐบาลที่มีนโยบายออกมา เราต้องร่วมด้วยช่วยกัน เราก็จะผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้ด้วยดี ถือว่าเป็นแบบอย่างที่ดีมากสำหรับกักตัวอยู่ห่างจากชุมชน และการร่วมมือของทุกฝ่าย

เรียบเรียงโดย : ทีมงาน kchivit .com | ขอบคุณ : นสพ แนวหน้า

ข่าวน่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติมจากผู้เขียน