อยากให้ลูกดี เป็นคนเก่ง มีอนาคตที่ดี พ่อแม่ต้องรู้ 3 เรื่องนี้ไว้

0

เชื่อว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ต้องอยากให้ลูกของตัวเองนั้นมีอนาคตที่ดี เป็นคนเก่งมีความสามารถ ซึ่งวันนี้เราจึงมีวิธีที่จะมาบอกถึงพ่อแม่ว่าเราจะทำอย่างไร เพื่อให้ลูกโตมาเอาตัวรอดได้กับ 3 ข้อนี้ถ้าแม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย หรือว่ามีส่วนช่วยเหลือลูกๆ น้อยที่สุดจะเป็นผล ดีกับลูกมากเลยล่ะ

~

~

~

1. ไม่เข้าไปช่วยลูกทำการบ้าน

มีคุณแม่ท่านหนึ่งเล่าประสบการณ์ว่า ตนเองไม่เคยไปสอนการบ้านให้ลูกชาย แม่จะเตือน ลูกมากกว่าว่าเวลาไหนควรไปทำการบ้าน เมื่อทำเสร็จแล้วก็บอก

แม่คำหนึ่งก็พอ ส่วนการตรวจ ว่าลูกชายทำถูกหรือไม่นั้นเป็นหน้าที่ของตัวเขาเอง หรือ ให้เรียนรู้ว่าถูกผิด จากที่โรงเรียน แม่มีหน้าที่เพียงเซ็นชื่อก็แค่นั้น

ในตอนแรกลูกชายไม่พอใจ โดยพูดว่า แม่ของคนอื่นจะช่วยตรวจ การบ้านให้ด้วย ทำไมแม่ขี้เกียจแบบนี้ล่ะ เลยตอบลูกชายไปว่า ไม่ใช่เพราะแม่ ขี้เกียจ หรอก ลูกคิดดูนะ ถ้าแม่ช่วยลูกตรวจ การบ้าน

~

~

~

แล้วลูกจะรู้ได้อย่างไรว่าผิด ตรงไหน แล้วต่อไปลูกจะตรวจ เองเป็นไหม เมื่อไปสอบถ้าผิด ลูกจะรู้ไหมว่ามันผิด ตรงไหนบ้าง จำไว้นะว่าในตอนนั้นไม่มีใครสามารถมาช่วยลูกตรวจได้ ลูกจะได้ฝึกการตรวจ ความถูกต้อง และ เรียนรู้ด้วยตนเอง

~

~

ในห้องเรียนลูกจะเจอบทเรียนก่อน และ จึงจะได้ทำข้อสอบ แต่ในโลกแห่งความจริงลูกจะได้เจอบททดสอบก่อน แล้วถึงจะได้บทเรียน นี่คือสิ่งที่ลูกต้องเรียนรู้ เธอสอนให้ลูกรู้จักพึ่งตนเอง เมื่อเจอปัญหาก็ต้องคิดใคร่ครวญด้วยตัวเอง

~

~

Loading...

ถ้าคิดไม่ออ กจริงๆค่อยขอคำแนะนำจากแม่ได้ ประสบการณ์ของครูพบว่า แม่ขี้เกียจ ไม่เคยชี้นำลูกให้เรียนรู้

แต่ปล่อยให้ลูกทำอย่างอิสระ คิดอย่างอิสระ แต่เธอก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เธอยังให้ความสนใจกับลูก และใช้วิธีการที่ชาญฉลาดเพื่อช่วย เมื่อลูกมีปัญหา

มันสอนให้รู้ว่าผู้ปกครองควรที่จะปล่อยลูกของตนเองบ้างในเวลาอันสมควร ให้เขาได้เรียนรู้และใช้ชีวิตของตนเองอย่างเต็มที่ สิ่งที่ตัวอย่างแม่ๆ ทั้งหลายทำนั้น มันเป็นวิธีในการปลูกฝังลูกได้ดีมาก เพื่อให้เขาสามารถเติบโตได้ด้วยตัวเอง

พ่อแม่ทุกคน มักจะกังวลกับลูก จนไม่กล้าปล่อยให้ลูกได้เรียนรู้ด้วยตัวเขาเอง คุณควรเอาความกังวลเก็บไว้ในใจ และปล่อยให้เขาโบยบินไปด้วยวิธีของเขาเถิดเพื่อให้เขามีปีกที่แข็งแรงพอ ให้เขาอยู่ได้ด้วยตัวเองในวันที่ไม่มีคุณแล้ว

2. ให้ลูกเรียนรู้ที่จะเติบโตด้วยตัวเอง

พ่อแม่หลายคนชอบสร้างความคาดหวังในตัวลูกมากไป อยากให้ลูกทำตามสิ่งที่ตัวเองต้องการ เพราะคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดี แต่การทำเช่นนี้จะทำให้ลูกรู้สึกอึดอัด และกลายเป็นไม่อยากฟัง และทำเป็นหูทวนลม ไม่ใส่ใจกับสิ่งที่พ่อแม่พูดเลย แต่มีครอบครัวหนึ่ง ที่กลับทำตรงกันข้ามเลย ในช่วงสุดสัปดาห์ ฮาวฮาวเล่นเก ม

เป็นเวลานาน มากและไม่ทำการบ้าน แม่จึงถามว่า ลูกกะจะเล่นเกม ถึงกี่โมง ฮาวฮาวตอบว่า ขอเล่นอีก 10 นาทีนะแม่ แม่ตอบกลับไปว่า ได้ต้องรักษาคำพูดนะ เมื่อผ่านไป 10 นาที แม่ก็เดินกลับมาดูอีก ฮาวฮาวก็ยังคงนั่งเล่นอยู่ที่เดิม และแม่โกรธมาก แต่ก็ต้องสงบสติ อารมณ์

และพูดอย่างใจเย็นว่า ปกติลูกเป็นคนรักษาคำพูดไม่ใช่เหรอ ในตอนนั้นฮาวฮาวก็เริ่มรู้สึกผิด จากนั้นก็เดินไปปิดสวิทช์และรีบไปทำการบ้าน นั้นเป็นเพราะว่าก่อนหน้านั้น แม่ของฮาวฮาวเคยพูดหลายรอบเกี่ยวกับนิทานเรื่อง

การเป็นคนน่าเชื่อถือ และ นั้นก็ทำให้ฮาวฮาวค่อยซึมซับเข้าไป ปกติแม่จะเป็นคนที่ให้ความสำคัญ ในเรื่องการอ่านหนังสือเป็นอย่างมาก จึงได้ซื้อนิทานสร้างแรงบันดาลใจให้อ่าน มากมาย และจากนิทานเหล่านี้ทำให้ฮาวฮาวเรียนรู้ที่จะนำมาใช้กับตัวเอง

เสริมสร้างนิสัยของตนเอง อดทน อดกลั้น ทำให้ตนเองเป็นคนที่มีคุณภาพยิ่งขึ้น ประสบการณ์ของครูพบว่า แม่ขี้เกียจ ไม่ขยันที่จะบ่นทั้งวันแต่ใช้เหตุผลในการพูดคุย เพราะเธอรู้ดีว่าลูกไม่ชอบ การบ่น แต่เธอขยันในการหาวิธีในการรับมือเพื่อปลูกฝัง สิ่งที่ดีให้กับลูก

3. สอนให้ลูกเรียนรู้จักพึ่งพาตัวเอง

คุณแม่เจียเจียได้เล่าประสบการณ์ว่า เธอจะไม่เข้าไปช่วยลูกในสิ่งที่พวกเขาทำได้เอง เช่น เมื่อห้องนอนของเจียเจียไม่เป็นระเบียบ แม่จะเตือน เจียเจียว่าควรจัดห้องยังไง เพื่อให้เป็นระเบียบ และจะให้ลูกทำเอง

ในช่วงเปิดภาคเรียน คุณครูขอให้นักเรียนห่อปกหนังสือเรียนเล่มใหม่ของเทอมนี้ แต่เจียเจียทำไม่เป็น แม่จึงสอนเจียเจียห่อเป็นตัวอย่าง

จากนั้นก็ปล่อยให้เจียเจียได้ทำเองทั้งหมด เจียเจียไม่อยากห่อเอง จึงไม่ยอมขยับมือ แม่ก็ไม่สนใจอะไรเธอ ได้แต่ยืนอยู่ข้างๆพร้อมชี้นิ้วบอกให้ทำ

แต่ไม่เข้าไปช่วยห่อ ทำให้เจียเจียต้องนั่งห่อเองทั้งหมด แม่ของเจียเจียพูดว่า ความจริงถ้าฉันจะเข้าไปช่วยห่อจะประหยัดเวลาได้มากเลยล่ะ

แต่เจียเจียจะไม่มีวันเรียนรู้ที่ห่อปกหนังสือได้ด้วยตัวเอง ฉะนั้นนี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดคือ ปล่อยให้เจียเจียห่อเอง ถึงจะห่อไม่เรียบร้อยก็เถอะ

ประสบการณ์ของครูพบว่า แม่ขี้เกียจ ไม่เคยขยันหมั่นเพียรในการช่วยลูก ในการทำสิ่งต่าง ๆ แต่ให้ลูกได้พึ่งพาอาศัยตัวเอง ช่วยเหลือตัวเองได้ และไม่เฉยเมยต่อ การฝึกฝน คือ การสร้างความรับผิดชอบให้กับลูกได้เป็นอย่างดี

ข่าวน่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติมจากผู้เขียน