อนามัยโลกรับรองวัคซีน ซิโนแวค ถือเป็นวัคซีนโควิดที่2ของจีน ที่ได้รับการยอมรับ

0

วันที่ 2 มิถุนายน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศรับรอง “โคโรนาแวค” (CoronaVac) วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ที่พัฒนาโดยซิโนแวค ไบโอเทค (Sinovac Biotech) บริษัทเภสัชภัณฑ์สัญชาติจีน สำหรับการใช้งานในกรณีฉุกเฉินแล้ว

~

~

~

~

~

~

แถลงการณ์จากองค์การฯ ซึ่งเผยแพร่วันอังคาร (1 มิ.ย.) ระบุว่าองค์การฯ แนะนำการใช้งานวัคซีนโคโรนาแวคกับผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยมีกำหนดฉีด 2 โดส แต่ละโดสเว้นระยะห่างกัน 2-4 สัปดาห์

~

~

คณะที่ปรึกษายุทธศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิคุ้มกัน (SAGE) ขององค์การฯ เผยว่าวัคซีนของซิโนแวคป้องกันโรคที่แสดงอาการในผู้รับวัคซีนร้อยละ 51 รวมถึงป้องกันอาการป่วยรุนแรงจากโรคโควิด-19 และการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลในประชากรกลุ่มศึกษาร้อยละ 100

~

Loading...

~

อย่างไรก็ดี องค์การฯ ชี้ว่าไม่อาจประเมินประสิทธิภาพของวัคซีนตัวนี้ในกลุ่มคนอายุ 60 ปีขึ้นไปได้ เนื่องจากมีคนกลุ่มอายุนี้เข้าร่วมการทดลองทางคลินิกในจำนวนน้อย

“ไม่มีเหตุผลให้เชื่อว่าวัคซีนตัวนี้มีความปลอดภัยแตกต่างกันในประชากรสูงอายุและประชากรอายุน้อย” แถลงการณ์ระบุ

องค์การฯ เสริมว่าไม่ได้แนะนำให้จำกัดเพดานอายุของการรับวัคซีนตัวนี้ เนื่องจากข้อมูลที่รวบรวมในหลายประเทศและข้อมูลสนับสนุนด้านภูมิต้านทานโรคบ่งชี้แนวโน้วว่าวัคซีนตัวนี้มีประสิทธิภาพป้องกันโรคในผู้สูงอายุ

นอกจากนั้นองค์การฯ แนะนำกลุ่มประเทศที่กำลังใช้วัคซีนของซิโนแวคในกลุ่มคนสูงอายุดำเนินการเฝ้าติดตามความปลอดภัยและประสิทธิผล เพื่อตรวจสอบผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นและส่งเสริมการให้คำแนะนำที่ดียิ่งขึ้นแก่ทุกประเทศ

“โลกต้องการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 หลากหลายตัว เพื่อแก้ไขปัญหาการเข้าถึงวัคซีนอย่างไม่เท่าเทียมกันที่เกิดขึ้นทั่วโลก” ดร. มารีแองเจลา ซีเมา ผู้ช่วยผู้อำนวยการองค์การฯ ด้านการเข้าถึงผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ระบุในแถลงการณ์

“เรากระตุ้นบรรดาผู้ผลิตเข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ (COVAX) แบ่งปันวิธีการและข้อมูล และช่วยกันจัดการโรคระบาดใหญ่ให้อยู่ภายใต้การควบคุม”

วัคซีนของซิโนแวคนับเป็นวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จากจีนตัวที่ 2 ที่ได้รับการรับรองให้อยู่ในบัญชีการใช้งานในกรณีฉุกเฉินขององค์การฯ (WHO Emergency Use Listing) ต่อจากวัคซีนของซิโนฟาร์ม (Sinopharm) ซึ่งได้รับการรับรองเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม

นอกจากวัคซีนของจีนทั้งสองตัวข้างต้น ก่อนหน้านี้องค์การฯ ยังให้การรับรองวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่พัฒนาโดยไฟเซอร์/ไบออนเทค (Pfizer/BioNTech) แอสตราเซเนกา/ออกฟอร์ด (AstraZeneca/Oxford) แจนเซน (Janssen) และโมเดอร์นา (Moderna) สำหรับใช้งานในกรณีฉุกเฉิน

เรียบเรียงโดย kchivit

ข่าวน่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติมจากผู้เขียน