ดราม่าสนั่น ปุ๊กลุก ไม่ขอบคุณหมอ แต่ขอบคุณพระเจ้า หลังช่วยปั๊มหัวใจแม่ฟื้น

0

เรียกได้เป็นประเด็นดราม่าเดือดในโลกออนไลน์ กรณีของนางเองสาวหน้าคมอย่าง “ปุ๊กลุก ฝนทิพย์” ได้ออกมาเผยว่า คุณแม่ของเธอล้มหัวกระแทกพื้น จนหมดสติและเลือดไหล แต่การแพทย์ไม่สามารถช่วยได้ทันใจ ไม่กระตือรือร้นให้การให้ความช่วยเหลือ ไม่มีรถพยาบาลมารับ ต้องอุ้มแม่ไปส่งโรงพยาบาลเอง พอไปถึงโรงพยาบาล กลับไม่พบว่ามีใครอยู่ตรงห้องฉุกเฉินเลย กดแตรเรียกหน้าห้องฉุกเฉินกว่าจะออกมาก็นาน

~

~

~

โดยสาว ปุ๊กลุก ได้โพสต์ข้อความระบุว่า..”คุณแม่ของปุ๊กลุกล้มหัวกระแทกพื้น สลบ และหยุดหายใจ เลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมาก ปากม่วง ทางครอบครัวจึงพาคุณแม่ขึ้นรถไปส่งโรงพยาบาล ระหว่างที่อยู่บนรถก็พยายามโทร. หาโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ว่ารบกวนช่วยส่งรถฉุกเฉินมารับได้ไหม หากขับรถสวนกันจะได้ให้คุณแม่ขึ้นรถพยาบาลแทน เพราะมีรถพร้อมกว่า แต่ทางโรงพยาบาลแจ้งว่าไม่มีรถ ดังนั้นทางปุ๊กลุกจึงบอกว่า ให้ช่วยเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เพราะถ้ามาถึงจะได้พาคุณแม่เข้าห้องฉุกเฉินเลย

~

~

~

ประมาณ 10-15 นาทีถึงโรงพยาบาล กลับไม่พบว่ามีใครอยู่ตรงห้องฉุกเฉินเลย จึงกดแตรเรียกประมาณ 30 วินาที ก็มีคนออกมาแบบไม่กระตือรือร้น คนนั้นเดินออกมาคนเดียว พอมาเห็นคุณแม่ก็เรียกเพื่อนออกมาอีกคน และกว่าจะเข็นเตียงมาถึง และบอกให้ถอยรถอยู่นั่น และพอจะยกแม่ พนักงานก็ยกงก ๆ เงิ่น ๆ จนปุ๊กลุกต้องบอกว่า “พี่คะออกแรงหน่อยได้ไหม หนูตัวเล็กกว่าพี่ยังยกแม่มาได้เลย” ซึ่งพอด่าแล้วมีแรง ยกแม่ขึ้นได้

~

~

พอเข้าไปในห้องฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่ได้ปั๊มหัวใจช่วยคุณแม่ ตนจึงถามพนักงานที่รับโทรศัพท์ว่า ตนโทร. มาเมื่อ 15 นาทีก่อน ทำไมไม่เตรียมเตียงให้พร้อม ไม่มีบุคลากรทางการแพทย์มาสแตนด์บาย พนักงานก็แจ้งว่าเจ้าหน้าที่เดินไปเข็นเตียง ปุ๊กลุกเลยสวนกลับว่า เข็นเตียงอะไรตั้ง 15 นาที ใกล้แค่นี้ สิ่งที่คุณเตรียมให้เราคือแบบนี้เหรอ มีห้องฉุกเฉินทำไมถ้าไม่มีอะไรพร้อม

~

~

Loading...

ปุ๊กลุกมองว่า โรงพยาบาลล้อเล่นกับชีวิตคน ถ้าเป็นครอบครัวของคุณบ้างจะทำอย่างไร และขอเตือนว่า ใครจะซื้อบ้านให้ดูด้วยว่าใกล้โรงพยาบาลที่จะรักษาชีวิตคนได้ดีกว่านี้ โรงพยาบาลที่กระตือรือร้น โรงพยาบาลเหมือนเปิดเพื่อหาเงิน และถ้าบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ได้รักในอาชีพ ก็ลาออกไปเถอะ และถ้าโรงพยาบาลไม่มีศักยภาพในการช่วยเหลือคนไข้ที่ใกล้เสียชีวิต ก็ปิดห้องฉุกเฉินไปเลย เราเลือกฝากชีวิตคนที่เรารักในมือคุณ แต่คุณกลับมาทำแบบนี้”

ต่อมา ปุ๊กลุกได้มาอัปเดตว่า…”ปุ๊กลุกได้มาอัปเดตว่า ทางแพทย์ได้พยายามปั๊มหัวใจคุณแม่จนฟื้น แต่คุณแม่ยังอาการโคม่าและได้ย้ายคุณแม่มาอยู่ที่ รพ.บำรุงราษฎร์ หมอบอกว่าคุณแม่เส้นเลือดใหญ่แตก กระโหลกร้าว สมองบวม เนื่องจากหยุดหายใจนานเกินไป

อย่างไรก็ตาม ปุ๊กลุกได้พยายามสวดภาวนาวิงวอน ขอให้คุณแม่กลับมา และบอกว่า “ในความเชื่อของปุ๊กลุก และมั่นใจว่าพระเจ้าช่วยให้แม่กลับมามีลมหายใจ พระเจ้ายิ่งใหญ่จริง ๆ”

ปุ๊กลุกบอกอีกว่า ตนเชื่อว่าคุณแม่จะฟื้นด้วยคำอธิษฐานของทุกคน และขอฝากชีวิตคุณแม่ไว้ในพระหัตถ์ของพระเจ้า ตนเชื่ออย่างหมดใจว่าพระเจ้าจะทำให้คุณแม่ฟื้น และฝากทุกคนที่เป็นคริสเตียนช่วยกันภาวนาด้วย”

งานนี้โลกออนไลน์เกิดดราม่ากันสนั่นหวั่นไหว ถึงทัศนคติของปุ๊กลุกที่แสดงออกมา เช่นเพจพยาบาลอยากเล่า บอกว่า “CPR แทบตาย สุดท้ายบอกขอบคุณพระเจ้า”

นอกจากนี้ บางคนยังมองว่า การที่ปุ๊กลุกจะไม่ขอบคุณแพทย์และพยาบาล รวมถึงบุคลกรที่ปั๊มหัวใจช่วยคุณแม่จนฟื้นได้ คงไม่มีใครว่า แต่การมาด่าแบบสาดเสียเทเสียแบบนี้ไม่สมควร เล่นละครมากไปหรือเปล่า ถึงคิดว่าโรงพยาบาลและการทำงานของแพทย์จะเหมือนในละคร

และสุดท้าย ได้มีคนเข้ามาให้ความรู้ว่า ถ้ามีใครป่วยเป็นอะไรขึ้นมา และต้องการรถฉุกเฉินให้โทร 1669 ไม่ใช่อยู่ดี ๆ ไปโผล่ที่ห้องฉุกเฉิน และบอกว่าแจ้งทุกอย่างเอาไว้แล้ว แจ้งอะไร ทั้งชื่อ นามสกุล เกิดเหตุมานานแค่ไหน อาการเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้ และที่บอกว่าไม่มีรถ เพราะไม่มีหน่วยกู้ชีพ EMS ที่สามารถส่งรถออกไปรับได้ แต่สามารถรับผู้ป่วยฉุกเฉินที่รถ EMS นำมาส่งได้ตลอด ไม่อย่างนั้นจะมีฉุกเฉินไว้ทำไม

การพาคนไข้มาโรงพยาบาลนั้นมี 2 วิธี คือ ให้รถไปรับ กับพาคนไข้มาเอง ซึ่งการที่พาคนไข้มาเองค่อนข้างเสี่ยงในกรณีที่เป็นอุบัติเหตุที่กระทบกระเทือนสมอง เสี่ยงต่อการบาดเจ็บไขสันหลังระดับคอ อาจถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิต แนะนำว่าให้โทร. 1669 และช่วยเหลือคนไข้ตามที่เจ้าหน้าที่ในสายบอกจะดีกว่า แต่การที่ปุ๊กลุกบอกว่าจะขับรถมาเจอกันครึ่งทาง ไม่มีที่ไหนทำกัน

ส่วนที่พนักงานค่อย ๆ เดินมา เพราะไม่มีใครทราบว่าคนไข้กำลังจะตาย อยู่ดี ๆ ก็โผล่มาห้องฉุกเฉิน ยังไม่มีการประเมินอะไรสักอย่าง และจริง ๆ แล้ว การที่คุณแม่ซึ่งน่าจะหัวใจหยุดเต้น กระทบกระเทือนทางสมอง ใช้เวลาเดินทาง 20 นาที แต่ทีมบุคลากรทางแพทย์ที่เข้าเวรดึก สามารถช่วยเหลือทุกอย่างจนหัวใจเต้นอีกครั้งใน 10 นาที ถือว่าทำได้ดีมากแล้ว

ส่วนที่พนักงานงก ๆ เงิ่น ๆ เพราะการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่อาการหนักต้องระมัดระวังอย่างมาก ซึ่งอาจต้องระวังว่ากระดูกสันหลังจะหัก (C-Spine injury) และคาดว่าคุณแม่ อาจจะหัวใจหยุดเต้นตั้งแต่อยู่ที่บ้าน จนล้มหัวฟาดพื้น ซึ่งถ้าประสานหน่วยกู้ชีพ เขาจะบอกให้ทำ CPR ตั้งแต่ที่บ้าน

สุดท้าย มีคนบอกว่า ก่อนที่ปุ๊กลุกจะขอบคุณพระเจ้า ให้ขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ก่อน เพราะทุกคนทำงานได้ไวมาก ปุ๊กลุกเหมือนอยากได้อย่างใจสั่ง และถ้าจะต้องมาดูหน้างานห้องฉุกเฉินด้วยว่าเป็นอย่างไร ไม่มีใครมายืนรอรับคนที่ไม่รู้ว่าจะมาถึงกี่โมงได้ เอาเวลานั้นไปดูแลคนไข้ข้างในดีกว่า

ข่าวน่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติมจากผู้เขียน