กรมอนามัย เตือนคนรักทุเรียน อย่ากินเกินวันละ 2 เม็ด ห้ามกินทุเรียนกับอะไร อันตรายถึงชีวิตได้

0

วันที่ 13 พฤษภาคม 2564 นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงฤดูทุเรียนที่หลายคนชื่นชอบ โดยระบุว่า ทุเรียนจัดอยู่ในอาหารกลุ่มผลไม้ที่มีวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ เป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดรต หากต้องการกินทุเรียนให้ได้ประโยชน์และคุณค่าทางสารอาหารที่เหมาะสม ควรรับประทานดังนี้

กินทุเรียนอย่างไรถึงเหมาะสม

– ไม่ควรกินทุเรียนเกินวันละ 2 เม็ดขนาดกลาง ซึ่งหนักประมาณ 80 กรัม

– ไม่กินทุเรียนถี่ทุกวัน

– ลดอาหารกลุ่มข้าว-แป้ง 1 ทัพพี และของหวานในมื้อที่กินทุเรียน

ทั้งนี้ ถ้าใครชอบกินทุเรียนมาก หากกินครั้งละประมาณ 2-3 พู หรือ 4-6 เม็ด ร่างกายจะรับพลังงานสูงถึง 520 – 780 กิโลแคลอรี ซึ่งเทียบเท่ากับกินอาหารมื้อหลัก 2 มื้อ จึงควรหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อย 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน เพื่อเผาผลาญพลังงานส่วนเกิน

ทุเรียนให้พลังงานกี่แคลอรี

ทุเรียนแต่ละพันธุ์เมื่อเปรียบเทียบต่อปริมาณเนื้อทุเรียนหนัก 100 กรัม หรือ 1 ขีด จะให้พลังงานต่างกัน เช่น

– ทุเรียนก้านยาว ให้พลังงาน 181 กิโลแคลอรี

Loading...

– ทุเรียนรวง ให้พลังงาน 157 กิโลแคลอรี

– ทุเรียนหมอนทอง ให้พลังงาน 156 กิโลแคลอรี

– ทุเรียนชะนี ให้พลังงาน 139 กิโลแคลอรี

– ทุเรียนกระดุม ให้พลังงาน 129 กิโลแคลอรี

– ทุเรียนกวน ให้พลังงานมาก คือ 340 กิโลแคลอรี

มีโรคประจำตัวต้องระวังให้ดี

สำหรับผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูง ควรระมัดระวังเรื่องการกินทุเรียนมากกว่าคนทั่วไป อาจกินได้ แต่ต้องกินในปริมาณน้อยกว่าคนปกติและไม่บ่อยเกินไป เพราะการกินทุเรียนปริมาณมากหรือกินทุเรียนบ่อยเกินไป จะส่งผลต่อระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดได้

ข้อควรระวังในการกินทุเรียน

ไม่ควรกินทุเรียนร่วมกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เนื่องจากทุเรียนเป็นอาหารที่มีไขมันและคาร์โบไฮเดรตสูง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ให้พลังงานสูงเช่นเดียวกัน เมื่อกินทุเรียนร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร่างกายจะได้รับพลังงานที่มากเกินไป ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดกระบวนการ เผาผลาญเพื่อกำจัดของเสียเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ กรดกำมะถันในทุเรียนจะทำให้เอนไซม์ที่กำจัดสารพิษจากกระบวนการเผาผลาญลดลง หากมีปัญหาสุขภาพ หรือโรคประจำตัวอาจทำให้เกิดอาการหน้าแดง ชา วิงเวียนและอาเจียน หากนำส่งโรงพยาบาลไม่ทันอาจเสียชีวิตได้

ข่าวน่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติมจากผู้เขียน