ต้อม ณหทัย เล่านาทีเกือบไม่มีชีวิตรอดถึง 2 ครั้ง ต้องเป็นผู้พิการนับปี

0

ต้องบอกเลยว่าเป็นนักแสดงมากความสามารถที่อยู่คู่วงการบันเทิงบ้านเรามาเนิ่นนาน สำหรับ ต้อม ณหทัย พิจิตรา นางร้ายตัวแม่ที่หลายคนรู้จัก โดยเอกลักษณ์ของเธอคือสาวปากแดง ที่เล่นละครเรื่องไหนๆ ก็ต้องร้ายแบบสุดขั้ว ด้วยประสบการณ์ในวงการบันเทิงมากกว่า 30 ปี ทำให้เธอขึ้นหิ้งเป็นนางร้ายรุ่นใหญ่ที่ฝีมือดีสุดๆ

ล่าสุด ต้อม ณหทัย ได้มาเล่นในรายการ ต้มยำอมรินทร์ ถึงนาทีเฉียดตายถึง 2 ครั้ง ต้องใช้ชีวิตเป็นผู้พิการนับปี เธอเล่าว่าช่วงก่อนเข้าวงการบันเทิงเต็มตัว เธอเกือบฆ่าตัวตายเพราะความรัก และนั่นก็เป็นจุดที่ทำให้ ต้อม ได้รู้จักธรรมะ และพาเธอรอดตายจากอุบัติเหตุครั้งใหญ่ได้ด้วยสติ รวมถึงสร้างกำลังใจให้รอดจากความพิการได้สำเร็จ

ต้องบอกว่าเป็นนางร้ายระดับหลักล้าน ค่าตัวหลักล้าน สมัยก่อนนางร้ายไม่ค่อยรับงานพรีเซนเตอร์หรอกใช่ไหม ?

ต้อม : ใช่ค่ะ งานโฆษณาอะไรก็จะน้อย ไม่เหมือนเดี๋ยวนี้ ถ้าเป็นยุคนี้นะ สงสัยได้เป็นกอบเป็นกำ

แต่ตอนนั้นก็ดังมาก ดังจากนางร้ายใช่ไหม ?

ตอนนั้นน่าจะเป็นกระแสจากวังน้ำวน เขาโทรมาบอกว่า คุณต้อม ณหทัย ได้ เหมือนแบบส้มหล่น เราดีใจมาก เพราะว่าสมัยเกือบ 30 ปีที่แล้ว เงินล้านนึงนี่ เรายังเป็นเด็กอยู่ประมาณ 20 เอง แล้วมันได้ขนาดนั้นเราก็ตกใจมาก ดังมาก คือเป็นละครที่ต้องเรียกว่าดังจนแบบ ทำให้พลิกชีวิตเรา จากเด็กธรรมดา กลายเป็นพอไปไหน ลงจากรถตู้ คนกรูเข้ามา เรียกชื่อเราในละคร จะไม่ได้เรียก ณหทัย จะเรียกระรินๆ แล้วคือมากอด มาทึ้ง มาอะไร มาแบบร้องให้ใส่เราอะไรอย่างนี้

แล้วชีวิตที่ผ่านมา เราไม่เลือกที่จะมีชีวิตคู่เพราะอะไร ไม่เจอคนถูกใจหรือตั้งใจจะอยู่แบบนี้ ?

ต้อม : จริงๆ มันเคยเจอ เคยเจอตั้งแต่อายุน้อยๆ เลย เคยมีความรัก แล้วเราก็รู้ว่าพอมีความรัก ความรักมันคือทุกข์ ทุกข์จริงๆ เราเลยค่อนข้างจะขยาด กลัวๆ กับความรัก ที่ผ่านมา พอผ่านช่วงเวลานั้นไปได้ เราฟื้นตัวเองได้แล้ว เราก็เลยระวัง เป็นคนระวังในเรื่องความรัก แล้วก็ไม่รู้สึกอยากมีครอบครัว ไม่รู้สึกอยากมีความผูกพันกับใคร เหมือนรู้สึกเลยแบบว่าที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์

เคยฆ่าตัวตายเพราะความรัก ?

ต้อม : ความรักครั้งแรกเกิดขึ้นในตอนที่อายุ 19 ก่อนวังน้ำวน ช่วงนั้นเราเริ่มจะเข้าวงการแล้ว ได้ถ่ายโฆษณานู่นนี่นั่นแล้ว แล้วเราก็เจอความรักครั้งนี้ เป็นความรักครั้งแรกของเรา มันไม่ได้เรียกว่าอกหัก ต้องเรียกว่าเป็นความรักที่ไม่สมหวังดีกว่า เพราะว่าความต่างของอายุของเขาที่มากกว่าเราประมาณ 10 กว่าปี เขา 30 คือความคิดที่สวนทางกัน เราอยากเข้าวงการ นี่คือความใฝ่ฝันของเราที่อยากเป็นนักแสดง แต่ขณะเดียวกันเขาอยากมีครอบครัว เขาอยากเริ่มต้นครอบครัว หรือลึกๆ เขาก็คงน่าจะหวงเราแหละ เขาถึงวัยแล้ว แต่เรายังเด็ก ก็คุยกันเริ่มไม่เข้าใจ เขาก็ไม่ซัพพอร์ตงานของเรา ไม่อยากให้เราเข้าวงการนั่นแหละง่ายๆ เราก็เลยต้องหัก ต้องเลิก เราก็เป็นคนหักบอกเขาแหละว่า ถ้าอย่างนั้นหนูขอเลิก คบกันประมาณเกือบๆปีนะ

ขอเลิกกับเขา แต่ทำไมถึงอกหัก ทำไมถึงไปบวช คิดฆ่าตัวตาย ?

ต้อม : เราไม่ได้อกหักไง เราแค่ผิดหวังในความรัก และเรารู้สึกว่าพอเราไม่มีเขาเนี่ย เราไม่รู้เลยว่าความรักมันจะเป็นทุกข์ขนาดนี้ พอไม่มีใครจริงๆ เรารู้สึกทำไมโลกมันมืด โลกมันแบบแย่มาก ชีวิตคือทุกข์มาก ทุกข์จริงๆ

Loading...

ซึ่งตอนนั้นเรามีงานในวงการหรือยัง ?

ต้อม : เริ่มมีแล้ว แต่ยังไม่ได้โด่งดัง แต่โชคดีนะมีคนมาช่วยทัน ก็เลยไม่ได้กินยา ไม่งั้นก็คงไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว เพราะว่าอารมณ์ของวัยรุ่นที่อกหักเนี่ยน่ากลัว เตือนไว้เลย ควรจะมีใครที่ให้คำแนะนำเขา เพราะมันแค่ช่วงเสี้ยววินาที เราเป็นคนรักชีวิตนะปกติแล้ว แต่วินาทีนั้น มันคงแบบทุกข์ จนมันอยู่ไม่ได้แล้ว สุดท้ายก็เลยขับรถไปเรื่อยๆ แล้วก็ไปเจอสถานปฏิบัติธรรมที่นึงที่วัดป่า เราก็รู้สึกว่าเออมองไปแล้วดูสงบจัง เราก็เลยขับรถเข้าไป แล้วก็ขอเขาบวชชีพราหมณ์ ก็คือบวชเลย

แล้วตอนนี้คุณลูกอายุเท่าไหร่ ?

ต้อม : คุณลูกอายุจะ 21 แล้วค่ะ

มีอยู่ช่วงนึง ชีวิตก็ผกผันอีกครั้งหนึ่ง กลายเป็นคนพิการไม่ได้ทำอะไรไม่ได้เลย 1 ปี  ?

ต้อม : ชีวิตขึ้นสูง เวลาลงก็ต่ำดิ่งมากเลย ขับรถอยู่บนทางด่วนดีๆ เสี้ยววินาทีมีคนเมามาชนเรา ชีวิตเปลี่ยนเลย เขามาจากไหนไม่รู้มาชนท้ายเรา มันเมา ตอนหลังมันให้การรับสารภาพว่ามันเมา ด้วยความแรงของรถมันที่ไม่แตะเบรค หลับใน มันชนเราจนรถเราออกไปข้างทางด่วน เรามองไปเห็นวิวข้างล่างเป็นรถไฟ จะตก(ทางด่วน)แล้ว แล้วโชคดีที่มีรถมาชนท้ายเรา หมุนอยู่ในทางด่วน ไม่งั้นเราหล่นทางด่วนแล้ว ต้องบอกไอ้รถคันที่สอง สามเนี่ย มาช่วยชีวิตเรา ต้องขอบคุณ จำได้ประมาณ 5 รอบ โชคดีที่เราคาดเข็มขัดนิรภัย

ต้อม : ลูกชายอยู่ด้วย ลูกชายอยู่ข้างๆ ลูกชายเนี่ยบุญรักษาของแกจริงๆ แกไม่เป็นไรเลยนะ จำได้ว่าโดนชนปั๊บ แกอยู่ท่าแบบนี้(ก้มหน้าไปกับต้นขา)เหมือนเก็บคอเก็บคองอเข่าอัตโนมัติ โชคดีมาก ก่อนหน้าที่จะรถชน แกชอบไปเล่น รถเป็น volvo Van อะมันมี 3 ตอน แกจะคลานไปอยู่ข้างหลังที่เล่นของเล่นแกอยู่ข้างหลัง ก่อนหน้าเกิดอุบัติเหตุไม่กี่วินาที แกคลานมาหาต้อมข้างๆ แล้วมานั่งบนกล่องคอนโซล แล้วพอรถชนตึ้งปั๊บเนี่ย สัญชาตญาณแม่ จับเสื้อเขา เพราะเขาไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยอยู่แล้ว ดึงไว้จิกไว้แน่นมาก จนจะกี่ตึ้งเนี่ย เราก็ถือพวงมาลัยมือเดียว กรงเล็บเหล็กจริงๆ จับลูกไว้แน่น จนรถหยุดลูกก็ยังอยู่ในมือเรา ลูกไม่ได้ไปไหนแต่ท่าอย่างนี้(ก้มหน้า) และนางก็ค่อยๆ เงยขึ้นมา “เฮ้ย!!รถชนนี่หว่า”

พิการปีนึงทำอะไรไม่ได้เลย ?

ต้อม : ทำอะไรไม่ได้เลย อยู่ในสภาพคนพิการเลย แต่ตอนนั้นที่คนไม่ค่อยรู้ข่าวเพราะว่าต้อมไม่ยอมออกสื่อ บอกตรงๆ ว่าไม่อยากให้สื่อเห็นเราในสภาพแบบนี้

มันไม่ลงหนังสือพิมพ์เหรอ ประสบอุบัติเหตุขนาดนั้น ?

ต้อม : มันอาจจะมีลงนิดๆ แต่มันเป็นปีที่เกิดสึนามิพอดี คนก็เลยไปโฟกัสเรื่องของสึนามิ ไม่เห็นตรงนี้ เราเชื่อมั่นว่าเราต้องกลับไปแข็งแรง กลับไปเดินได้ กลับไปลุกขึ้นเต้นได้เหมือนเดิม

ชมคลิป

เรียบเรียงโดย : ทีมงาน kchivit .com

ข่าวน่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติมจากผู้เขียน