สุดซึ้ง นักโทษ แหกห้องขังช่วยผู้คุม หมดสติจากอาการหัวใจวาย

0

เมื่อไม่นานมานี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเรื่องราวสุดแสนประทับใจขึ้นหลังจากที่ผู้คุมรายหนึ่งเกิดหัวใจวายเฉียบพลันหมดสติ แต่กลับรอดชีวิตมาได้อย่างเหลือเชื่อจากการช่วยเหลือของกลุ่มนักโทษ

รายงานระบุว่า นาย มิตแชล สังเกตเห็นว่าผู้คุม วอร์เรน นอนนิ่งกับเก้าอี้อย่างนั้นนึกว่าหลับแต่ด้วยท่าทีที่แปลกจนเขาร่วงลงไปนอนกับพื้น พวกเขาจึงช่วยกันส่งเสียงเตือนผ่านการทุบประตูห้องขังพวกเขา

หลังจากนั้นนาย เทอรรี่ และวอลเตอร์ ก็รีบวิ่งไปหาผู้คุมเพื่อช่วยเหลือเขาหลังจากที่ผู้คุมปลดประตูห้องขังได้ทันเวลา

ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นว่านักโทษไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะแหกคุกใดๆ พวกเขาเพียงต้องการจะช่วยผู้คุมให้มีชีวิตรอดเท่านั้น ซึ่งเป็นคำกล่าวให้สัมภาษณ์จากนาย วอลเตอร์

“มันทำให้ผมกลัวมากครับ ผมไม่สนว่าจะเป็นตำรวจหรือใครก็ตาม ผมจะทำทุกสิ่งเพื่อช่วยชีวิตคน ผมไม่อยากให้ใครต้องตาย”

นาย มิตแชล เริ่มส่งสัญญาณเตือนให้ผู้คุม Warren ได้รู้ว่าเขาต้องแย่แน่ๆ ก่อนจะเห็นว่าเขาล้มหมดสติหัวกระแทกพื้นไปแล้ว เขาก็พยายามทุบประตูส่งเสียงเตือนจากห้องขัง จากนั้นนักโทษคนอื่นๆ ร่วม 60 คนที่ได้ยินเสียงนี้ก็ช่วยกันทุบประตูส่งเสียงตะโกนให้ดังกึกก้องจนกระจกบานประตูห้องขังสั่น

Loading...

ท่ามกลางเสียงทุบประตูที่ดังอยู่คงทำให้ผู้คุมกลับมามีสติพอที่จะสามารถปลดล็อคประตูห้องขังของทั้ง 3 คนนี้ และจะเห็นได้ว่า เทอรรี่ กับ วอลเตอร์ คือผู้ที่รีบวิ่งมาช่วยผู้คุมเอาไว้และพยายามขอความช่วยเหลือเพิ่มผ่านโทรศัพท์และวิทยุของผู้คุม

“เขาพยายามลุกขึ้นมาเกาะโต๊ะ ดึงตัวเองขึ้นมาหลังจากหมดสติไปหนึ่งรอบ มันน่าเศร้านะครับเพราะว่าสถานการณ์ดูไม่ดีเลย แต่เขาก็ต้องสู้กับตัวเองเพื่อลุกขึ้นมา เมื่อเขายืนขึ้นมาได้ผมพยายามสบตากับเขาแบบว่า ผู้คุม ฮอบส์ อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะ”

ทางด้านผู้คุม วอร์เรน ฮอบส์ ได้รับการช่วยเหลือทันเวลาและพ้นขีดอันตรายแล้วหลังนอนพักฟื้นตัวอยู่ที่บ้าน สิ่งที่เขาจำได้มีเพียงเสียงดังกึกก้องที่คล้ายกับกลอง และได้ยินเสียงคนตะโกนเรียกชื่อของเขาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเสียงเหล่านั้นก็มาจากเหล่านักโทษที่พยายามจะช่วยชีวิตเขานั่นเอง

นักโทษทั้งสามต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ความสัมพันธ์ระหว่างนักโทษกับผู้คุมนั้นเกินกว่าที่จะมองกันเพียงผ่านเครื่องแบนและการให้เกียรติซึ่งกันและกัน

เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนี้พวกเขาไม่ได้มองกันว่าตัวเองผู้เป็นนักโทษได้ช่วยชีวิตผู้คุมเอาไว้ แต่มันเป็นการที่คนหนึ่งคนพยายามที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ต้องการมากกว่า

ขอบคุณ : nypost

ข่าวน่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติมจากผู้เขียน