ส่อง 9 ต้นไม้ใบสีแดง สวยสดใส น่าปลูกจัดสวน

0 2,025

สำหรับคนที่ชอบสีสันฉูดฉาดอย่างสีแดง หรืออยากแต่งแต้มสีสันสดใสให้กับสวน วันนี้เราได้รวบรวมต้นไม้สีแดงหรือไม้ประดับใบสีแดง 9 ชนิดมาฝาก โดยต้องบอกเลยว่างานนี้มีครบทั้งไม้พุ่ม ไม้ยืนต้น ไม้ล้มลุก และไม้กระถาง แถมมีหมดทุกขนาดทั้งเล็ก กลาง และใหญ่ รับรองใครกำลังมองหาต้นไม้จัดสวนที่ไม่ใช่ใบสีเขียว และปลูกง่าย ดูแลไม่ยากอยู่ ต้องถูกใจแน่นอน

1. แก้วกาญจนา

ต้นแก้วกาญจนา หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ อโกลนีมา (Aglaonema) หรือเขียวหมื่นปี (Chinese Evergreen) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Aglaonema Modestum ลักษณะเป็นไม้พุ่ม ทรงหนา ขนาดเล็ก ใบเป็นใบเดี่ยว แตกออกและเรียงรอบลำต้น ไม่ค่อยร่วงหรือผลัดใบเท่าไร ส่วนสี ขนาด และลวดลายจะขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ โดยแก้วกาญจนาพัฒนามาจากเขียวหมื่นปี มีจุดที่แตกต่างก็คือ ใบที่สีสวยงาม ฉูดฉาดกว่าเดิม ซึ่งส่วนมากจะเป็นสีแดงสด แต่ก็มีสีเขียวปนมาด้วยเหมือนกัน

วิธีปลูก : สามารถขยายพันธุ์ได้ทั้งแยกหน่อ ตอนยอด ปักชำ และเพาะเมล็ด ชอบดินร่วนปนทรายที่ผสมอินทรียวัตถุ หรือดินโปร่งที่ระบายน้ำได้ดีเป็นพิเศษ

วิธีดูแล : ชอบแสงแดดรำไร ชอบน้ำและความชื้นพอสมควร ให้รดวันละ 1-2 ครั้ง แต่ระวังอย่าให้น้ำขังหรือน้ำแฉะ เนื่องจากเสี่ยงเกิดเชื้อราและเป็นโรครากเน่าได้ง่าย

2. เข็มริมแดง

ต้นเข็มริมแดง (Madagascar Dragon Tree) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dracaena Marginata ลักษณะสวยงาม แปลกตา เป็นไม้ประดับทรงพุ่ม ลำต้นตั้งตรง ใบแตกออกเป็นทรงยาวแหลม แต่ไม่แข็ง มีขอบสีแดง ส่วนกลางใบเป็นสีเหลืองและสีเขียว
วิธีปลูก : นิยมขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ ปลูกง่าย แข็งแรง ทนทาน ชอบดินร่วนซุยมากเป็นพิเศษ ชอบอุณหภูมิประมาณ 16-24 องศาเซลเซียส ชอบแสงแบบกึ่งร่มกึ่งแดด สามารถปลูกในบ้านหรือห้องแอร์ได้ แต่ต้องตั้งไว้ให้แสงแดดส่องถึง

วิธีดูแล : ต้องการน้ำและความชื้นสูง ควรรดน้ำทุกวันแต่ระวังอย่าให้ดินแฉะ หากปลูกในบ้านให้ฉีดละอองน้ำสม่ำเสมอ และหมั่นตัดแต่งยอดให้สวยงามเป็นประจำ ทั้งนี้ต้นไม้ชนิดนี้ยังช่วยดูดซับสารพิษในอากาศ เช่น ไซลีนและไตรคลอโรเอทิลีนได้ ทั้งยังมีอัตราการคายความชื้นสูงด้วย

3. คริสต์มาส

ต้นคริสต์มาส หรือต้นพอยน์เซตเทีย (Poinsettia) มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นของไทยว่า บานใบ, โพผัน และสองระดู มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Euphorbia Pulcherrima ลักษณะเป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 1-3 เมตร แตกกิ่งหนาแน่น ลำต้นมียางพิษสีขาวที่อันตราย ใบเป็นรูปไข่ ปลายใบแหลม ขอบใบหยักเล็กน้อย ช่วงปกติจะมีสีเขียวเข้ม แต่หลังจากออกดอกในช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงมีนาคม ใบส่วนบนจะกลายเป็นสีแดงสวย ส่วนดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอด มีหลายสี เช่น เหลือง ส้ม แดง ปัจจุบันมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ แต่ที่นิยมมีแค่ 3-4 สายพันธุ์ คือ พันธุ์ใบโพธิ์ พันธุ์ฟรีดอม พันธุ์สีเหลือง และพันธุ์สีขาว

วิธีปลูก : นิยมขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ ปลูกได้ในดินทุกชนิด แต่ชอบดินร่วนซุยที่ผสมปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก หรือเศษใบไม้ผุเป็นพิเศษ

วิธีดูแล : ชอบแสงแดดรำไร ระวังอย่าให้ร้อนไป ไม่งั้นใบจะไม่เปลี่ยนสี ต้องการน้ำปานกลาง สามารถใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักได้เดือนละครั้งได้

4. ชบาเมเปิล

ต้นชบาเมเปิล (Red-Leaf Hibiscus, False Roselle หรือ Cranberry Hibiscus) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Hibiscus Acetosella ลักษณะเป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 1-2 เมตร ลำต้นออกสีแดง มีขนอ่อนปกคลุม ส่วนใบเป็นใบเดี่ยว รูปทรงคล้ายใบเมเปิล ก้านใบยาว ขอบใบเว้า มีสีแดงหรือแดงอมม่วง ดอกออกตามซอกใบและออกตลอดทั้งปี บานตอนเช้า หุบตอนสาย ผลเป็นทรงกลม ปลายแหลม มีเมล็ดข้างในจำนวนมาก

วิธีปลูก : นิยมขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและปักชำ ทนแล้ง ทนอากาศได้พอสมควร ชอบดินที่อุดมสมบูรณ์และระบายน้ำดีเป็นพิเศษ เหมาะกับกระถางขนาดใหญ่หรือแปลงปลูกที่ยกสูง

วิธีดูแล : ควรดูแลด้วยการรดน้ำให้ชุ่มทุกเช้า-เย็น แต่ต้องระวังอย่าให้น้ำขัง ตั้งไว้ให้โดนแสงแดด และหมั่นตัดแต่งทรงสม่ำเสมอ

5. บอนสี

Loading...

ต้นบอนสี (Caladium) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Caladium bicolor (Aiton) Vent. ลักษณะสวยงาม แปลกตา จนได้ชื่อว่า “ราชินีแห่งไม้ใบ” เป็นไม้ล้มลุก หัวอยู่ใต้ดิน แตกใบเป็นกอ มาพร้อมก้านใบยาว ใบเป็นใบเดี่ยว รูปหัวใจ โคนใบรูปหัวใจ ปลายใบเรียว ขอบใบเป็นคลื่น ลิ้นใบสั้น กลางใบเป็นสีชมพูอมแดง ขอบใบเป็นสีเขียวเข้ม มองเห็นเส้นใบชัดเจน ส่วนดอกออกเป็นช่อเชิงลด มีกาบและจานรองดอก

วิธีปลูก : สามารถขยายพันธุ์ได้ทั้งการเพาะเมล็ด แยกหน่อ ผ่าหัว ผสมเกสร และเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ โตได้ในดินทั่วไป แต่จะชอบดินร่วนที่ระบายน้ำและระบายอากาศดีเป็นพิเศษ

วิธีดูแล : ชอบแสงแดดปานกลางถึงรำไร ชอบความชื้นปานกลางถึงสูง ควรรดน้ำทุกวันในตอนเช้า ชอบอุณหภูมิ 21-35 องศาเซลเซียล และอากาศถ่ายเทสะดวก ผู้คนนิยมปลูกเป็นไม้กระถาง หรือไม้ประดับทั้งในและนอกบ้าน

6. ฤาษีผสม

ต้นฤาษีผสม (Coleus หรือ Painted nettle) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Solenostemon scutellarioides (L.) Codd. ลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ 40-80 เซนติเมตร ลำต้นค่อนข้างอวบน้ำ ใบเป็นใบเดี่ยว รูปไข่ โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบหยัก แผ่นใบหยิก ผิวใบมีขน ส่วนสีและลายจะขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสีแดงและสีแดงม่วง ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง มีสีขาวอมม่วงจนถึงม่วง โตค่อนข้างเร็ว

วิธีปลูก : ปลูกได้ในดินทั่วไป ชอบน้ำหรือความชื้นปานกลาง และชอบแสงแดดเต็มวัน

7. หมากผู้หมากเมีย

ต้นหมากผู้หมากเมีย (Cordyline) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cordyline fruticosa (L.) Goeppert ลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กถึงกลาง สูงประมาณ 1-3 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว รูปหอก โคนใบเป็นกาบหุ้มลำต้น ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบเป็นคลื่น สีจะขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสีแดง สีเขียว และสีเขียวแถบแดง ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอด มีสีขาวอมเหลืองหรือสีม่วงแดง

วิธีปลูก : นิยมขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ โตเร็วปานกลาง ปลูกได้ในดินทั่วไป แต่ส่วนใหญ่นิยมนำดินร่วนกับอินทรียวัตถุมาผสมในกระถาง แล้วนำกิ่งพันธุ์มาปักพร้อมกับคลุมด้วยเศษใบไม้ ชอบความชื้นปานกลาง

วิธีดูแล : ควรรดน้ำวันละ 1 ครั้ง หรือทำให้ดินชุ่มอยู่ตลอด ชอบแสงแดดรำไร ฉะนั้นอย่าลืมตั้งกระถางให้โดนแดดด้วย โดยผู้คนส่วนใหญ่นิยมปลูกต้นนี้เป็นไม้ประดับหรือไม้มงคล โดยเฉพาะสายพันธุ์เพชรไพฑูรย์ ที่เชื่อกันว่าจะนำความโชคดีมาให้

8. หูกระจงแดง

ต้นหูกระจงแดง หรือต้นแผ่บารมีแดง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Terminalia sp. ลักษณะสวยงาม แปลกตา เป็นไม้ยืนต้นสูงประมาณ 5-10 เมตร แตกกิ่งก้านเป็นทรงฉัตรหรือทรงสามเหลี่ยม ใบเป็นใบประกอบ ทรงรี แคบ ยาว โคนใบเป็นกาบ ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบหนา ผิวใบเกลี้ยงเป็นมัน มีสีแดงอมม่วงและมีสีเขียวคล้ำแซมเล็กน้อย มองเห็นเส้นกลางใบสีแดงเข้มชัดเจน

วิธีปลูก : นิยมขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่ง ปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก ใบแข็งแรง ไม่หลุดร่วง โตได้ในดินทุกชนิดและทุกสภาพอากาศ ชอบน้ำปานกลาง ชอบแสงแดดจัด ผู้คนนิยมปลูกเป็นไม้ประดับมากที่สุด

9. หูปลาช่อน

ต้นหูปลาช่อน หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ หูกระต่าย, ใบเงิน, โพแดง และแสงทอง (Copper Leaf, Beef-steak หรือ Jacob’s Coat) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Acalypha wilkesiana Müll. Arg. ลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง สูงประมาณ 1-2 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว มีหลายรูปแบบ โคนใบเว้า ปลายใบมนหรือแหลมคล้ายห่างปลาช่อน ขอบใบจัก สีจะขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสีน้ำตาลแดงและสีเหลืองอ่อน ดอกออกเป็นช่อเชิงลดที่ปลายกิ่ง สีชมพู

วิธีปลูก : นิยมขยายพันธุ์ด้วยการปักชำและตอนกิ่ง โตเร็ว ชอบดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำดี ชอบแสงแดดเต็มวัน และชอบน้ำหรือความชื้นปานกลางถึงมาก

โอ้โห สวยงาม สดใส น่ามีติดสวนทุกต้นเลย เอาเป็นว่าใครเบื่อต้นไม้ใบสีเขียวที่พบเห็นได้บ่อยแล้ว ก็ลองนำต้นไม้ใบสีแดงเหล่านี้ไปปลูกกันดูนะคะ

เรียบเรียงโดย : ทีมงาน kchivit .com | ขอบคุณ : สารานุกรมพันธุ์ไม้

ข่าวน่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติมจากผู้เขียน