ตรวจโควิด-19 เข้มที่สนามบินดอนเมือง หลัง ผบ.ทบ.สหรัฐฯ ถึงไทยแล้ว

0 219

เพจเฟซบุ๊ก “SMART Soldiers Strong ARMY” ได้เผยแพร่ภาพคณะผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐฯ เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ 9-10 กรกฎาคม 2563 โดยเป็นแขกต่างประเทศคณะแรก ภายหลัง ศบค. ประกาศมาตรการเฉพาะสำหรับแขกต่างประเทศ ที่จะเดินทางมาเยือนประเทศไทย โดยเนื้อหาระบุว่า

ความคืบหน้าการมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐฯ และคณะ ก่อนมาถึงประเทศไทย คณะฯ ได้เดินทางเยือนสิงคโปร์ เมื่อวานนี้ (8 ก.ค. 63) โดยได้พบปะกับผู้บัญชาการทหารบกสิงคโปร์ เพื่อหารือข้อราชการ โดยที่ประเทศสิงคโปร์ได้มีการตรวจเชื้อ COVID-19 ของคณะทั้งหมดแล้ว ผลเป็นลบ (Negative) และมีมาตรการที่เข้มงวดระหว่างอยู่ในสิงคโปร์ ที่ขณะนี้ สหรัฐฯ เดินทางมาเยือนไทยแล้ว ณ ท่าอากาศยานทหาร ดอนเมือง โดยใช้อากาศยานของสหรัฐอเมริกา ถึงเวลาประมาณ 10.15 น.

สำหรับมาตรการแนวทางการปฏิบัติเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ตามมาตรฐานของ ศบค. ที่ได้กำหนดไว้นั้น คณะผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐฯ และกองทัพบก ในฐานะหน่วยงานเจ้าภาพผู้รับผิดชอบ ได้ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ได้เพิ่มเติมการปฏิบัติเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการป้องกันโควิด-19 อีกหลายประการ อาทิ การจัดรถตู้ที่มีฉากกั้น การทำความสะอาดฆ่าเชื้อในทุกจุดตามแผนกำหนดการ สำหรับอุปกรณ์ประจำรถประกอบด้วย

1. Alcohol gel ของ 3M
2. Alcohol pad ของ 3M
3. ถังขยะสำหรับทิ้ง alcohol pad ที่ใช้แล้ว
4. วิทยุสำหรับคุยกันระหว่างผู้โดยสาร และพลขับ โดยไม่ต้องลด Protective shield (แต่ละคันใช้วิทยุคนละความถี่ โดยพลขับทั้งขบวน จะมีวิทยุเพิ่มอีก 1 ตัว ไว้คุยกันในขบวน)
5. สเปรย์ฆ่าเชื้อ Dettol (พร้อมผ้าเช็ดรถ ไว้กับพลขับ)

นอกจากนี้ ยังได้จัดเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ติดตามคณะผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐฯ ตลอดการเดินทางมาเยือนไทยด้วย โดยกำหนดการมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการนั้น ได้รับการพิจารณาจากทาง ศบค. แล้ว ยืนยันว่าไม่มีการเดินทางส่วนตัวนอกแผนอย่างแน่นอน

จากนั้นยังมีการโพสต์ภาพผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐฯ เข้ารับการตรวจ Nasopharyngeal Swab COVID-19 Test ณ ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 ดอนเมือง

Loading...

โดย พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก เดินทางไปให้การต้อนรับด้วยตนเอง พร้อมทั้งให้ข้อมูลถึงมาตรการของไทยเกี่ยวกับการต้อนรับแขกต่างประเทศที่มาเยือนไทย โดยคณะ ผบ.ทบ.สหรัฐฯ ถือเป็นแขกต่างประเทศคณะแรกที่มาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะถือเป็นมาตรฐานและแนวทางการต้อนรับคณะแขกต่างประเทศในโอกาสต่อๆ ไปด้วย

ทั้งนี้ ทาง ผบ.ทบ.สหรัฐฯ Gen. James C. McConville และคณะ ได้ชื่นชมมาตรการป้องกันโควิด-19 ของรัฐบาลไทย พร้อมอนุญาตให้เผยแพร่ภาพ SWAB TEST ซึ่งถือว่าเป็นภาพประวัติศาสตร์อีกครั้งหนึ่ง

พล.อ.เจมส์ ซี แมคคอนวิลล์ ผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐฯ และคณะ เดินทางเยือนประเทศไทยในฐานะแขกของกองทัพระหว่าง 9 – 10 ก.ค. 63 โดยจะเข้าเยี่ยมคำนับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ในวันศุกร์ที่ 10 ก.ค.นี้ สำหรับวัตถุประสงค์ของการมาเยือน เพื่อร่วมลงนามในเอกสารแถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วมระหว่างกองทัพบกไทย และกองทัพบกสหรัฐฯ โดยเป็นการสานต่อความร่วมมือภายหลังการลงนามระหว่าง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไทยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในแถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วมระหว่างไทย – สหรัฐฯ ปี 2563 ว่าด้วยการเป็นพันธมิตรด้านการป้องกันประเทศ (Joint Vision Statement 2020 for the Thai – U.S. Defense Alliance) เมื่อ 17 พ.ย. 62 ที่ผ่านมา

สำหรับการลงนามในเอกสารแถลงการณ์ดังกล่าว เพื่อนำเรื่องที่กระทรวงกลาโหมทั้งสองประเทศได้แถลงไว้ในวิสัยทัศน์ร่วมไปสู่การปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือในการพัฒนากองทัพบกไทยให้มีศักยภาพ และความทันสมัย ด้วยการดำเนินการผ่านแผนงานความร่วมมือทางทหารในด้านต่างๆ อาทิ การแลกเปลี่ยนด้านกำลังพล (การเยือน/ศึกษาดูงาน/ฝึกปฏิบัติงาน/แลกเปลี่ยนประสบการณ์), การแลกเปลี่ยนทางด้านการข่าว, การฝึกร่วม/ผสม ที่จะมีรูปแบบที่หลากหลายและพัฒนาปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละปี, การแลกเปลี่ยนหลักสูตรการฝึกศึกษา, การพัฒนาหลักนิยม และการสนับสนุนด้านการส่งกำลังบำรุง เป็นต้น

ทั้งนี้ พล.อ.เจมส์ ซี แมคคอนวิลล์ ผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐฯ และคณะ ไม่ต้องกักตัว 14 วัน เป็นไปตามข้อกำหนด ฉบับที่ 12 ที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และตามคำสั่ง ศบค. ที่ 7/2563 ได้แก่ ผู้มีเหตุยกเว้นหรือเป็นกรณีที่ นายกรัฐมนตรี หรือหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน อนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรได้ตามความจำเป็นโดยอาจกำหนดเงื่อนไข และเงื่อนเวลาก็ได้ ซึ่งคณะของผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐฯ อยู่ภายใต้ข้อพิจารณาดังกล่าว โดยคณะของฝ่ายสหรัฐฯ ยืนยันที่จะปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขของไทย และมาตรการของ ศบค. อย่างเคร่งครัดทุกประการ ดังนี้

คณะฯ ขนาดเล็กไม่เกิน 10 คน
ใช้เวลาอยู่ในไทยระยะสั้นเพียง 2 วัน
มีหนังสือที่รับรองว่าเป็นบุคคลที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรได้ (Certificate of Entry – COE) มีใบรับรองแพทย์สำหรับการเดินทาง (Fit to Fly Health Certificate/Fit to Travel Health Certificate) และมีใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าไม่มีเชื้อโรคไวรัสโควิด – 19 โดยวิธีการตรวจ RT-PCR ระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง
จัดว่าที่ ผชท.ทบ.ไทย/วอชิงตัน เป็นนายทหารติดต่อ (Liaison Officer) และ เจ้าหน้าที่ รปภ. ติดตามคณะฯ ตลอดห้วงระยะเวลาที่อยู่ในไทย
มีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จาก กระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลพระมงกุฎ ติดตามตลอดเวลา
มีกำหนดการเดินทางและสถานที่จะไปที่แน่นอนชัดเจน และเดินทางด้วยยานพาหนะที่ ทบ. จัดเตรียมไว้
สำหรับมาตรการสำคัญเมื่อคณะฯ เดินทางมาถึงและระหว่างอยู่ในประเทศไทย ประกอบด้วย

1. มีการคัดกรองทางเดินหายใจและวัดไข้ที่ช่องทางเข้า – ออก ผ่านเครื่อง Thermoscan และมีการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ซี่งมีชุด Swab test ของ กระทรวงสาธารณสุข และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร (AFRIMS) ร่วมกันตรวจ รวมทั้งมีการทำความสะอาดกระเป๋าสัมภาระของคณะฯ ด้วยการฉีดพ่นสารเคมี โดยเจ้าหน้าที่ วศ.ทบ. ซึ่งสวมชุดป้องกันการติดเชื้อ (PPE) และถุงมือยาง
2. มีการแยกยานพาหนะระหว่างคณะฯ ที่มาจาก สหรัฐฯ และ เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย โดยยานพาหนะของคณะสหรัฐฯ มีกระจกกั้นแยกระหว่างห้องพลขับและห้องผู้โดยสาร โดยสามารถติดต่อทางวิทยุสื่อสาร
3. คณะฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สวมหน้ากากอนามัยตลอดห้วงการเยือนทุกสถานที่
4. การเข้าร่วมพิธีต่าง ๆ ยังคงยึดถือมาตรการ Social distancing โดยมีการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล อย่างน้อย 1 เมตร
5. งดการทักทายด้วยการสัมผัสมือ และสัมผัสสิ่งของร่วมกัน
6. ลดจำนวนผู้เข้าร่วมพิธี หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในแต่ละสถานที่
7. สถานที่ที่อยู่ในกำหนดการเยือนทุกแห่งมีการทำความสะอาดพื้นที่ด้วยการฆ่าเชื้อตามขั้นตอนที่ทาง ศบค. กำหนด
8. การรับประทานอาหาร ลักษณะการจัดอาหารให้แบบเฉพาะบุคคล โดยผ่านการแนะนำและตรวจสอบจาก เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของ ศบค.
9. จัดให้มีเจลล้างมือทำความสะอาด เตรียมพร้อมทุกสถานที่

อย่างไรก็ตาม การเดินทางเยือนไทยของผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐฯ และคณะในครั้งนี้ นอกจากเป็นไปตามแผนการปฏิบัติภายใต้กรอบความร่วมมือที่มีร่วมกัน ซึ่งนอกจากจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อกองทัพบกของทั้งสองประเทศแล้ว ในประเด็นการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น กองทัพบกได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขของไทย และข้อกำหนดของ ศบค. อย่างเคร่งครัดทุกประการตั้งแต่ก่อนที่คณะฯ เดินทางถึงไทยจนถึงคณะฯ ได้เดินทางออกจากประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย

เรียบเรียงโดย : ทีมงาน kchivit .com | ขอบคุณ : sanook

ข่าวน่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติมจากผู้เขียน