ผกก.ศรีสะเกษ ให้ความเป็นธรรม ครอบครัวเก็บเห็ดในป่า หลังป่าไม้ยันดำเนินคดี

0 369

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 8 ก.ค. ที่ สภ.เมืองศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ พ.ต.อ.เทพพิทักษ์ แสงกล้า ผกก.สภ.เมืองศรีสะเกษ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธานินทร์ อินทร์กอง รอง ผกก.(สอบสวน)และพนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ กำลังเร่งดำเนินการสอบปากคำ นางปราณี โยแก้ว อายุ 63 ปี ชาวบ้านหมู่ 7 บ้านบัวระรมย์ ต.ตองปิด อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ นางบุญมี อิทธิเดช อายุ 59 ปี และนางทัศศอร โยแก้ว อายุ 36 ปี หลังจากนายประธาน ตันรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดศรีสะเกษ มีหนังสือมอบหมายเจ้าหน้าที่คนหนึ่งให้มาแจ้งความดำเนินคดี เนื่องจากว่าทั้ง 3 คน ได้บุกรุกเข้าไปในพื้นที่บริเวณสถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ที่เขต ต.หนองไผ่ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ และลักลอบเก็บเห็ดโดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 8 ก.ค.

นางทัศศอร กล่าวอีกว่า พวกตนถือตระกร้าและเสียมพากันเดินเข้าไปในป่ายูคาลิปตัส ซึ่งบริเวณดังกล่าวไม่มีการกั้นรั้วไว้ และไม่ทราบว่าเป็นพื้นที่ของใคร พวกตนเพียงแค่ต้องการมาหาเก็บเห็ดขมไปกินประทังชีวิตเท่านั้น ปรากฏว่า นางปราณี ซึ่งเป็นแม่สามีของตน ได้เดินล่วงหน้าเข้าไปในป่า ห่างจากริมถนนประมาณ 70 เมตร พวกตนเกรงว่า นางปราณี จะหลงป่า เนื่องจากสุขภาพร่างกายและสายตาไม่ค่อยดี

พ.ต.อ.เทพพิทักษ์ แสงกล้า ผกก.สภ.เมืองศรีสะเกษ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนได้มอบหมายให้ พ.ต.ทธานินทร์ อินทร์กอง รอง ผกก.(สอบสวน) พยายามเจรจาไกล่เกลี่ยและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยให้ดูเจตนาของชาวบ้านด้วย ซึ่งตนได้ประสานงานไปยังนายสมเกียรติ ศรีขาว นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ เพื่อขอให้ช่วยเจรจาไกล่เกลี่ยกับหัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดศรีสะเกษด้วย เพื่อไม่ให้เอาเรื่องกับชาวบ้านทั้ง 3 คน แต่ว่าไม่สามารถที่จะไกล่เกลี่ยกันได้ เนื่องจากว่าสถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดศรีสะเกษไม่ยินยอม และยืนยันให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ตนจึงสั่งการให้นำตัวชาวบ้านทั้ง 3 คน ที่ถูกกล่าวหามาทำการสอบสวน สืบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินการตามขั้นตอนในชั้นสอบสวน

Loading...

ผกก.สภ.เมืองศรีสะเกษ กล่าวอีกกว่า กรณีดังกล่าวหากสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วพบว่าไม่ผิด ไม่ครบองค์ประกอบความผิด ชาวบ้านทั้ง 3 คนไม่ได้มีเจตนาที่จะเข้าไปบุกรุก หรือหลักฐานไม่เพียงพอ พนักงานสอบสวนก็จะรีบดำเนินการสั่งไม่ฟ้อง หรือถ้าสอบสวนแล้ว มีเจตนาบุกรุกเข้าไปรบกวนสิทธิ์คนอื่น หลักฐานครบก็จะดำเนินการส่งฟ้อง ตามหลักกระบวนการยุติธรรม

แต่ในชั้นนี้พนักงานสอบสวนก็จะแจ้งข้อเท็จจริง ตามที่ผู้เสียหายมาแจ้งให้ทราบเท่านั้น โดยยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ และชาวบ้านทั้ง 3 คน นี้ ก็ยังไม่ได้ถูกตำรวจจับกุมตัว และยังไม่ต้องเข้าห้องควบคุม หลังจากเสร็จสิ้นขบวนการสอบปากคำแล้วก็จะได้ปล่อยตัวชาวบ้านทั้ง 3 คนกลับบ้านไป และจะได้นัดหมายมาให้ปากคำเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่งต่อไป

ขอบคุณ : siamnews

ข่าวน่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติมจากผู้เขียน