2 เด็กหญิง เจอดี คืนวันพระใหญ่ หลังวิ่งเล่นในวัด

0 308

เมื่อวันที่ 6 ก.ค.63 มีเสียงฮืฮอาเล่าปากต่อปากในเขต ต.บ้านถิ่น อ.เมือง จ.แพร่ ว่ามีเด็กเห็นต้นตะเคียนคู่ดิ้นได้ ที่วัดถิ่นนอก ขณะไปเวียนเทียน เนื่องในวันอาสาฬหบูชา เมื่อช่วงค่ำวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่าน โดย พระมหาพิเชษฐชาญ ถิ่นสอน เจ้าอาวาสวัดถิ่นนอก ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก ระบุว่า

“กำลังรู้สึกมหัศจรรย์ที่วัดถิ่นนอก พ่อปู่-แม่ย่า มาอยู่ที่วัดได้ 3 คืน วันนี้เป็นวันอาสาฬหบูชา ตอนกลางคืนมีการทำวัตรเย็นร่วมกับคณะศรัทธามีเด็กประมาณ 4-5 ขวบ มาร่วมทำกิจกรรมเวียนเทียนค่ำคืนวันนี้ ได้พบเจอพ่อปู่-แม่ย่าออกมาทักทายแสดงอิทธิฤทธิ์ให้เด็กๆเห็น วิ่งไปบอกพ่อแม่ว่าทำไมท่อนไม้คู่นี้ถึงขยับเองไ ด้(จากคำบอกเล่าของเด็กที่เจอเหตุการณ์เมื่อคืนนี้) โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน สาธุๆ”

ภายหลังชาวบ้านได้อ่านโพสต์ดังกล่าวเห็นรูปคุ่ตะเคียน 2 ต้น ที่วัดถิ่นนอก ต่างก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย บ้างบอกว่า “ขนลุก” ณ วัดถิ่นนอก พบกับเจ้าอาวาสเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยเจ้าอาวาส ได้เล่าถึงความเป็นมาของตะเคียนคู่นี้ว่า เมื่อหลายเดือนก่อน อาตมาได้บอกกับญาติโยมว่า อยากจะได้ต้นตะเคียนมาไว้วัดสักต้น เพื่อเป็นกุสโลบายให้คณะศรัทธา และสาธุชนทั่วไปได้แวะเวียนมากราบไหว้ขอโชคลาภ หลังจากนั้นเรื่องได้เงียบหายไป จนมาถึงวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.บ้านปง จะถวายต้นตะเคียนทองให้ 1 ต้น แต่อาตมาต้องไปอัญเชิญเอง

จึงหารถไปยก เมื่อไปถึงอาตมารู้สึกเหมือนมีคนมาผลักเซไปเล็กน้อย จึงแน่ใจว่าเจ้าแม่ตะเคียนทักทาย จากนั้นผู้ใหญ่บ้านได้เล่าประวัติให้ฟัง ว่าตะเคียนทองต้นนี้ชื่อ “เจ้าแม่ผุสดี” มีพี่น้อง 7 คน เหลืออีก 3 ยังไม่ไม่มีที่อยู่ วันก่อนวัดที่ จ.พิจิตร ได้มาอัญเชิญไป 2 ต้น แต่เจ้าแม่ผุสดีไม่ยอมไป ขึ้นรถแล้วแต่หล่นลงมา นับว่าวัดถิ่นนอกมีวาสนาได้เจ้าแม่ผุสดีไปอยู่ที่วัด โดยต้นคะเคียนเจ้าแม่ผุสดีมีความยาวประมาณ 4 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 60 นิ้ว อายุคงหลายร้อยปี เพราะดูจากบางส่วนจะกลายเป็นหินแล้ว

Loading...

เจ้าอาวาส เล่าต่อว่า ส่วนต้นตะเคียนทองคู่อีกต้น คือ “เจ้าพ่อใจยะ” ได้มาจาก ผอ.รพ.สต.บ้านถิ่น ซื้อมาถวายจากตลาดร้อยล้านบ้านโป่งศรี ซึ่งผอ.ไปพบเข้าและทราบว่าเป็นต้นตะเคียนทอง จึงขอพรให้ถูกรางวัลสัก 3 งวด จะขอบูชามาให้วัดถิ่นนอก โดย ผอ.ก็มีโชคตามที่ขอจริงๆ เลยแจ้งให้วัดทราบ จึงไปอันเชิญกลับมาที่วัด และตั้งชื่อว่า “เจ้าพ่อใจยะ” มีขนาดความยาว 3 เมตรครึ่ง เส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 30 นิ้ว

ต่อมา เจ้าอาวาสวัดถิ่นนอก ได้พาผู้สื่อข่าวมายังจุดที่ตั้งของต้นตะเคียนคู่ ซึ่งอยู่บริเวณทางเข้าหน้าวัดด้านทิศตะวันออก เจ้าพ่อใจยะอยู่ด้านนอก ส่วนเจ้าแม่ผุสดีอยู่ด้านใน บริเวณลำต้นมีรอยแป้ง ธูปเทียน ผ้าเจ็ดสีมัดไว้ แสดงว่ามีคนมาขอโชคลาภ เจ้าอาวาส จึงเล่าให้ฟังว่า เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา เป็น “วันอาสาฬหบูชา” คณะศรัทธาวัดถิ่นนอกได้มีพิธีเวียนเทียน จากนั้นได้นั่งเจริญจิตภาวนาในอุโบสถ ขณะมีนักเรียนหญิง 2 คน อยู่ชั้น ป.2 และ ป.1 ที่วิ่งเล่นกันอยู่นอกอุโบสถ

ได้เข้ามาบอกกับผู้ปกครองว่า เห็นต้นตะเคียนคู่ 2 ต้น “ดิ้นได้” จึงทำให้คนที่นั่งเจริญจิตภาวนาแตกฮือลุกออกมา เพื่อจะมาดูค้นตะเคียนดิ้นได้ แต่ก็ไม่พบอะไร ผู้ใหญ่หลายคนพยายามขยับต้นตะเคียนคู่นั้น ก็ไม่สั่นไหวอะไรทั้งสิ้น จึงเล่ากันปากต่อปาก แต่อาตมาก็เชื่อว่าเด็กคงจะไม่โกหก โดยวันนี้ทั้งวันมีชาวบ้านแวะเวียนเข้ามาที่วัดตลอด ซึ่งเรื่องแบบนี้ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่

เรียบเรียงโดย : ทีมงาน kchivit .com | ขอบคุณ : thairath

ข่าวน่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติมจากผู้เขียน