รศ.นพ.ธีระ แนะวิธีเปิดเรียนยุค COVID ปรับการสอน เว้นเด็กสัมผัสกัน

0 322

จากกรณีที่มีการถกเถียงกันเรื่องของ การเรียนออนไลน์ สำหรับเด็กนักเรียน หลังจากมีการเลื่อนเปิดเทอม เป็นวันที่ 1 กรกฎาคม เนื่องจากสถานการณ์การแพร่กระจายของ CO VID ล่าสุด รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Thira Woratanarat เกี่ยวกับการเปิดเทอมในช่วงสถานการณ์การแพร่กระจายของ CO VID โดยระบุข้อความว่า เปิดโรงเรียน เปิดรับโรค CO VID

ช่วงนี้เราเห็นการเรียกร้องผลักดันให้เปิดโรงเรียนกันมากขึ้นเรื่อยๆ เหตุผลมีหลากหลาย หลักๆ คือ กลัวเด็กไทยจะเรียนไม่ทันหลักสูตร ไม่พร้อมที่จะเข้าสนามสอบต่างๆ ที่สำคัญต่ออนาคตของเด็ก เหตุผลอื่นๆ คงเป็นเรื่องความลำบากในการดูแลบุตรหลาน หากพ่อแม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านโดยไม่มีใครดูแล รวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่มีตามมา

งานวิจัยในปี 2004 ที่เยอรมัน ศึกษาเด็กวัยเรียนอายุ 6 ถึง 12 ปี พบว่าโดยเฉลี่ยแล้วเด็กๆ ที่ไปโรงเรียน จะมีการติดต่อสัมผัสใกล้ชิดกับเพื่อนๆ หรือคนอื่นๆ ในโรงเรียน เฉลี่ยวันละประมาณ 40 ครั้ง งานวิจัยในปี 2014 ที่จีน ศึกษาเด็กเกรด 7 ถึง 8 หรือประมาณม.ต้นของเรา พบว่ามีการติดต่อสัมผัสใกล้ชิดกับคนอื่นๆ ในโรงเรียนวันละประมาณ 20 ครั้ง วันที่ไปโรงเรียนจะมีจำนวนการติดต่อสัมผัสกับคนอื่นๆ มากกว่าวันหยุดถึง 30 เปอร์เซ็นต์ การเปิดโรงเรียนของเราในยุค CO VID นี้จึงท้าทายมากว่าจะจัดการอย่างไร นอกไปจากการคัดกรองไข้สำหรับครู บุคลากรต่างๆ นักเรียนและผู้ปกครองแล้ว มาตรการให้ใส่หน้ากาก ล้างมือ และอยู่ห่างๆ จะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด กระบวนการวิกฤติที่น่าจะได้รับการขันน็อตอย่างแน่นๆ คือ

1.หากใครมีอาการไม่สบาย ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใด ควรให้กลับบ้าน ไม่ว่าจะเป็นครู บุคลากรฝ่ายสนับสนุน รวมถึงนักเรียน

Loading...

2.การปรับกิจกรรมการเรียนการสอน การเล่น การสังคม ในทุกระดับชั้น ให้มีจำนวนการติดต่อสัมผัสกับคนอื่นลดลงให้เหลือเท่าที่จำเป็น

3.การล้างมือทุกครึ่งชั่วโมง จะล้างด้วยน้ำและสบู่ ประจำห้อง

4.สุขอนามัยในห้องสุขา ทั้งการทำความสะอาด และการใช้งาน

สิ่งที่ควรพิจารณากันคือ แนวการเรียนใหม่ ไปโรงเรียนสัก 3 วัน จันทร์ อังคาร พุธ เว้น 4 วัน พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เพื่อเป็นระยะเฝ้าสังเกตอาการหากติด CO VID ปกติจะใช้เวลาฟักตัวประมาณ 4.5 วัน วันที่อยู่บ้านก็ทำการบ้านที่ได้รับมอบหมาย โดยปรับให้สอดคล้องกับชีวิตเด็กแต่ละคน คณิตเอย วิทย์เอย ภาษาเอย อื่นๆ เอย ถ้าเอาเข้าจริงๆ เราก็อยากให้เค้าได้รู้เพื่อใช้การได้ในชีวิตประจำวันมิใช่หรือ หากใช่ ก็น่าจะถึงเวลาที่กระทรวงศึกษาธิการ และสถาบันอุดมศึกษาปรับโจทย์การเรียนรู้ให้เข้ากับวัตถุประสงค์หลักและเข้ากับบริบทสังคมเสียที ทั้งนี้ รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาลัย เสนอให้มีการเรียน 3 วัน เว้น 4 วัน เพื่อดูอาการหากติด CO VID

ขอบคุณ: Thira Woratanarat

ข่าวน่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติมจากผู้เขียน