ไม่ต้องทนเจ็บอีกต่อไป 3 วิธีรักษาสิวไม่มีหัว อย่างได้ผล

0 315

สิวคือหนึ่งในปัญหากวนใจใครหลายๆ คน โดยเฉพาะสิวไม่มีหัว ที่มีลักษณะเป็นไตแข็งด้านใน แม้จะไม่สร้างความรู้สึกเจ็บปวดหรืออักเสบ แต่ก็ถือว่าเป็นสิวกวนใจที่ปูดขึ้นมาบนใบหน้า ทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน ไม่ว่าจะบีบเค้นแค่ไหนสิวชนิดนี้ก็จะไม่ออกมา ทั้งยังแถมรอยแผลให้เจ็บใจอีกด้วย ครั้นจะไปยิงเลเซอร์เพื่อกำจัดก็อาจจะต้องเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะไม่นานสิวประเภทนี้ก็จะกลับมาใหม่อีกครั้ง ดังนั้นลองมาดู 3 วิธีรักษาสิวไม่มีหัว เป็นไต แบบหมดจดด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้กันดีกว่าค่ะ

1.ทายารักษาสิวอุดตัน

ถ้าคุณต้องการใช้เป็นยารักษาสิว ให้คุณเลือกเป็นยารักษาสิวอุดตันโดยเฉพาะ เน้นออกฤทธิ์เพื่อการกำจัดสิวอุดตันที่มีส่วนผสมของ Benzoyl Peroxide และกรด BHA ควรเลือกใช้เป็นแบบเนื้อโลชั่นหรือเจลที่จะซึมซาบลงสู่ผิวได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ทั้งยังซึมซาบเข้าสู่ผิวที่มีสิวเป็นไตได้อย่างล้ำลึก จึงจะเป็นตัวช่วยสำคัญที่ช่วยทำให้สิวยุบลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นกรดผลไม้อย่าง AHA ร่วมด้วยเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการรักษาที่มากขึ้น

2.ประคบร้อน ประคบเย็น

ถ้าสิวไม่มีหัวเกิดเป็นไตแข็งที่บวมขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ให้คุณทำการประคบร้อนด้วยการใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นแล้วนำมาประคบตรงหัวสิวเพียงแค่ 3 นาทีต่อครั้ง จากนั้นให้คุณประคบร้อนไปเรื่อยๆ วันละ 2-3 ครั้ง สิวที่เป็นไตแข็งอยู่ด้านในจะเริ่มออกตัวแรงและลดการอักเสบได้ดี แล้วให้ใช้การประคบเย็นต่อเพื่อทำให้ความบวมลดลง โดยการประคบเย็นนั้นให้ใช้เวลาประมาณ 5 นาที และทำเพียงแค่วันละ 1-2 ครั้ง เพียงเท่านี้สิวไม่มีหัวจะยุบลงอย่างรวดเร็ว

Loading...

3.ทาน้ำผึ้งแท้

น้ำผึ้งแท้มีคุณสมบัติในการต้านเชื้อสิวหรือเชื้อแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะสิวอุดตันและสิวไม่มีหัว เมื่อใช้น้ำผึ้งแล้วจะช่วยทำให้ผิวยุบลงอย่างรวดเร็ว ใช้น้ำผึ้งทาลงบนสิวเพียงแค่ 30 นาทีต่อวัน หลังจากครบเวลาแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด สิวที่เป็นไตแข็งด้านในจะนุ่มลงและหายไปในที่สุด

ถ้าคุณกำลังมองหาวิธีทําให้สิวไม่มีหัว เป็นไตแข็งด้านใน ยุบลงอย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องเสียเงินจำนวนมากเพื่อการทำเลเซอร์หรือทำทรีทเม้นต์ต่างๆ คุณสามารถนำทั้ง 3 วิธีนี้ไปใช้ได้ แต่ถ้าต้องการให้ได้ผลดีควรทำอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้สิวไม่มีหัวก็จะไม่มากวนใจคุณอีกต่อไป

เรียบเรียงโดย : ทีมงาน kchivit .com | ขอบคุณ : istockphoto

ข่าวน่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติมจากผู้เขียน