กรมอนามัย เตือนระวัง 6 สัญญาณอันตราย ที่มากับอากาศร้อนจัด

0 438

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สภาพอากาศที่ร้อนจัดและอุณหภูมิที่สูงในช่วงฤดูร้อนอาจเป็นปัญหาที่ก่อให้เกิดการเจ็บป่วยและเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยด้วยโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน ผู้ทำงานกลางแจ้ง และผู้ที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง หากร่างกายได้รับความร้อนสูงเกินไปและไม่สามารถระบายความร้อนออกจากร่างกายได้ อาจทำให้เกิด 6 อาการ ได้แก่

1 ผื่นผิวหนัง

เกิดจากร่างกายระบายความร้อนโดยการขับเหงื่อมากจนรูขุมขนอักเสบ หน้าอกส่วนบน ใต้ราวนมและขาหนีบ แนะนำให้อาบน้ำ สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีและทายาบริเวณที่เป็นผื่น

2 บวมที่ข้อเท้า

เกิดจากเส้นเลือดบริเวณผิวหนังขยายตัว ควรพักผ่อนและนอนยกขาสูง

3 ตะคริว

เกิดจากกล้ามเนื้อหดตัวและเกร็งอย่างเฉียบพลัน พบในผู้ที่ทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้งอย่างหนัก จนร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ทางเหงื่อมาก แนะให้ยืดกล้ามเนื้อบริเวณที่เป็นตะคริว นวดกล้ามเนื้อเบาๆ 1 – 2 นาที สลับกับการยืดกล้ามเนื้อและดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของเกลือแร่ ชดเชยน้ำที่ร่างกายสูญเสียไป

Loading...

4 เป็นลม

เกิดจากร่างกายไม่สามารถปรับตัวต่ออากาศ ให้ผู้ป่วยนอนหงายราบกับพื้น ใช้หมอนรองขาและเท้าสูงกว่าลำตัว พัดโบกลมให้ถูกหน้า ลำตัว เพื่อช่วยระบายความร้อนจากร่างกาย ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดหน้า และบีบนวดแขนขา หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 30 นาที ให้ไปพบแพทย์


5 เพลียแดด

เกิดจากการสูญเสียน้ำหรือเกลือแร่จำนวนมาก อาการคือ มีเหงื่อออก อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ และกระหายน้ำอย่างมาก หายใจเร็ว หัวใจเต้นเร็ว วิธีช่วยเหลือคือให้ผู้ป่วยนอนยกขาสูง ใช้พัดลมเป่า วางถุงใส่น้ำแข็ง ไว้ตามซอกคอ รักแร้ ข้อพับและขาหนีบ หากผู้ป่วยยังมีอุณหภูมิร่างกายสูงให้นำส่งโรงพยาบาลทันที

6 โรคลมร้อน

หรือฮีทสโตรก เป็นโรคที่รุนแรงมากจนอาจเสียชีวิตได้ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนออกไปได้ตามปกติจนไปทำลายระบบการทำงานของอวัยวะในร่างกายและระบบประสาท ทำให้ผู้ป่วยมีอาการผิวหนังแดง ร้อน เหงื่อไม่ออก สับสน มึนงง หากไม่ได้รับการปฐมพยาบาลทันทีอาจเสียชีวิตได้

วิธีช่วยเหลือผู้ป่วยคือ พาผู้ป่วยหลบเข้าที่ร่ม หรือในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ ถอดเสื้อผ้าให้เหลือเท่าที่จำเป็น ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตามตัว ใช้พัดลมเป่า วางถุงใส่น้ำแข็งไว้ตามซอกคอ รักแร้ ข้อพับและขาหนีบ และรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว

 

เรียบเรียงโดย : ทีมงาน kchivit .com | ขอบคุณ : sanook

ข่าวน่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติมจากผู้เขียน