น่าสงสาร ยายพาหลานไปหาหมอ แต่ถูกไล่กลับไปรักษาที่บ้านเกิด เด็กนอนเจ็บทรมาน

0 1,268

เป็นเรื่องราวที่ถูกแชร์เป็นจำนวนมากในจังหวัด อุบลฯ โดยเพจเฟซบุ๊กชื่อ พิกัดข่าว ชาวอุบลฯ ได้โพสต์เรื่องราวของหนูน้อยคนหนึ่ง ที่ไปหาหมอแล้วหมอไม่รับรักษา เพราะเนื่องจากเป็นชาวลาว โดยเพจเฟซบุ๊กได้ระบุข้อความว่า เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม มีรายงานว่าที่บริเวณเพิงพักในสวนยางบ้านหนองไก่ป่า หมู่ที่ 11 ต.กองโพน อ.นาตาล จ.อุบลราชธานีพบเด็กหญิงวนิสา อายุ 4 ปีพร้อมด้วยนายบุญสาน บุดดาพันธ์ อายุ45 ปี เป็นพ่อ และนางเพ็ง รูปสวย อายุ 77 ปี ซึ่งเป็นยายคอยดูแลหลานด้วยความเป็นห่วง ที่ต้องนอนร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน จากการที่ตาทั้ง 2 ข้างอักเสพปวดบวมขึ้นมาพอได้เงินเบี้ยยังชีพคนชรารีบเหมารถพาหลานไปหาหมอที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์จ.อุบลราชธานี แต่ถูกปฏิเสธการรักษา เนื่องจากไม่มีเงินจ่ายเพราะหลานเป็นต่างด้าว พ่อไทยแม่ลาว ต้องจ่ายค่าเอ็กซเรย์ก่อน 8,000 บาทเจ้าหน้าที่แจ้ง เป็นคนลาวก็ต้องไปรักษาที่ลาว สุดท้ายต้องพาหลานกลับ สุดรันทดหลานร้องด้วยความเจ็บปวด,ครอบครัวยากจน,พ่อและแม่ตกงานจากพิษ’โควิด-19′ ขออาศัยเพิงพักสวนยางชาวบ้านอยู่ นางเพ็ง รูปสวย อายุ 77 ปี เล่าว่าเด็กหญิงวนิสา บุดดาพันธ์ อายุ 4 ปีเป็นหลาน พ่อเป็นคนไทยแต่แม่เป็นคนลาว ไปทำงานขับรถส่งของที่จ.สมุทรปราการ

หลังจากคลอดเด็กหญิงวนิสาแล้วก็พามาให้เลี้ยงดูตั้งแต่เล็ก จน 4 ขวบ โดยก่อนหน้านี้ประมาณ 1สัปดาห์หลานมีอาการแก้มบวม จึงพาไปหาหมอที่ อ.เขมราฐหมอให้ยามากินก็ยุบนึกว่าจะหาย แต่ต่อมาที่บริเวณตาทั้ง 2ข้างอักเสพปวดบวมขึ้นมา จึงได้พาหลานไปหาหมอที่โรงพยาบาลเขมราฐหมอทางโรงพยาบาลเขมราฐบอกว่าอาการหนักทางโรงพยาบาลเขมราฐก็เลยเอาใบส่งตัวให้ก็เลยพาหลานมาที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา พอดีได้เงินเบี้ยยังชีพก็เลยเหมารถยนต์พาหลานมาที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลฯหมอบอกว่าให้ไปเอ็กซเรย์ จะต้องชำระ เงิน 8,000 บาทยายไม่มีเงินยายก็เลยบอกหมอว่าให้เอ็กซเรย์ก่อนได้ไหม คุณหมอบอกว่าไม่ได้ให้ชำระเงินก่อนถึงจะทำได้ จากนั้นหมอบอกว่าให้ไปเจาะเลือดพอได้ใบเจาะเลือดลงมาและให้มาชำระเงินตรงที่ชำระเงินมารออยู่ที่ชำระเงินเป็นชั่วโมง หลานก็ร้องไห้มากก็เลยออกมาหมอก็พูดหลายอย่าง “ทำไมไม่ไปหาหมอที่ฝั่งลาวมาอะไรตรงนี้ “ยายก็เลยไปหาเจ้าหน้าที่สงเคราะห์ เพื่อขอความช่วยเหลือทางเจ้าหน้าที่สงเคราะห์ก็บอกว่ายังไม่ได้ทำอะไรเลย มาทำไม ดุยายอีกยายก็เลยไม่มีที่ไปยายกับหลานก็นั่งร้องไห้วันที่พาหลานไปหาหมอมีเงินติดตัวอยู่แค่ 600 บาท เหมารถไป“คับแค้นใจมากไม่มีเงินให้หมอ ก็เลยพาหลานออกมาจากโรงพยาบาลหลานก็ร้องไห้ พากันออกมานั่งอยู่ข้างถนนจนถึงบ่ายสามโมงจึงได้พาหลานกลับ ทุกวันนี้ก็มาอาศัยเพิงพักของเจ้าของสวนยางอยู่เงินจะซื้อข้าวกินก็ยังไม่มี พ่อแม่หลานก็ตกงานจากพิษ โควิด-19

Loading...

ด้านนายบุญสาน บุดดาพันธ์ อายุ 45 ปี พ่อเด็กหญิงวนิสาเล่าว่าตนเองเป็นคนไทยแต่ภรรยาเป็นคนลาว ถือบัตรประจำตัวสีชมพูมีบุตรด้วยกัน 2 คน คนแรกคือเด็กหญิงวนิสา อายุ 4ขวบส่วนคนเล็กก็เป็นเด็กหญิงอายุได้ 3 เดือน ช่วงที่มีเด็กหญิงวนิสาได้เดินทางไปทำงานที่จังหวัดสมุทรปราการหลังคลอดแล้วก็พามาให้นางเพ็งเลี้ยงจนถึงปัจจุบันอายุ 4 ขวบแต่ยังไม่ได้แจ้งเกิดจึงทำให้ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านส่วนคนเล็กแจ้งเกิดที่ อ.นาตาลจ.อุบลราชธานี

ปัจจุบันตกงานจากพิษ โควิด-19 จึงได้พากันเดินทางกลับมาอยู่ที่ อ.นาตาลจ.อุบลฯโดยมาขออาศัยเพิงพักเจ้าของสวนยางอยู่ เหมือน’เคราะห์ซ้ำกรรมซัด’ลูกก็มาป่วยเงินจะรักษาก็ไม่มีที่เจ็บปวดมากที่สุดก็คือคำพูดของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล เป็นคนลาวก็ต้องไปรักษาที่ลาว ทั้งๆที่ผมเป็นคนไทย ลูกก็เกิดที่เมืองไทย จะผิดก็ตรงที่เมียเป็นคนลาว จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมี เสียงวิพากษ์วิจารณ์ กันอย่างมากและมีคำถามตามมาว่าทำไมทางโรงพยาบาลไม่มองถึงว่าพวกเขาเป็นเพื่อนมนุษย์เหมือนกันสิ่งที่ต้องคำนึงถึง คือ เรื่องมนุษยธรรมมากกว่าอย่างอื่นเป็นจรรยาบรรณและวิชาชีพการแพทย์สาธารณสุขที่หมอต้องช่วยเหลือไม่ว่าเขาเป็นเชื้อชาติไหน

ขอบคุณ พิกัดข่าว อุบลฯ

ข่าวน่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติมจากผู้เขียน