ผู้ใหญ่บ้าน แอบแจ้งตายลูกบ้าน หวัง ฮุบเงินเกือบ 8 หมื่น สุดท้ายพบยังมีชีวิตอยู่

0 2,028

เมื่อ วันที่ 1 พฤษภาคม 2563  ที่ผ่านมา ชาวบ้าน ต.ตูมใหญ่ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ได้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชนว่า มีผู้ใหญ่บ้านแจ้งตายลูกบ้านตัวเองแทนญาติ แล้วพยายามเบิกเงินฌาปนกิจเกือบ 8 หมื่นบาท จึงอยากให้มาตรวจสอบ เพราะร้องเรียนนานกว่า 5 เดือน แต่คดีไม่คืบ หวั่นมีผลประโยชน์ทับซ้อน

ด้านนายต่วน ดีชัยรัมย์ วัย 59 ปี กล่าวว่า หลานตัวเองชื่อนายสมเกียรติ บริสุทธิ์ วัย 51 ปี ออกไปทำงานกับญาติที่ จ.ระยอง เมื่อ 8 ปีที่ผ่านมา แต่ไม่เคยกลับบ้าน ต่อมาในเดือนธันวาคม 2562 ชมรมฌาปนกิจศพผู้สูงอายุตำบลตูมใหญ่ ก็มาเก็บเงินค่าศพ ศพละ 50 บาท เมื่อดูใบเสร็จก็พบว่า ผู้ตายคือหลานตัวเอง และคนที่แจ้งว่าหลานตัวเองเสียชีวิตคือ นายสมศักดิ์ พรภิญโญยิ่ง ผู้ใหญ่บ้าน ทั้งที่ครอบครัวไม่รู้เรื่องมาก่อน เมื่อไปสอบถาม อีกฝ่ายก็บอกว่า มีคนข้างบ้านแจ้งมาว่านายสมเกียรติตายแล้ว จึงเดินทางไปแจ้งตายแล้วคัดออกจากทะเบียนบ้านทันที ยอมรับว่า ไม่ได้ไปสอบถามญาติก่อน

หลังจากนั้น ทางญาติได้ไปร้องที่ อ.คูเมือง จนกระทั่งผู้ใหญ่บ้านกลับไปแก้เอกสารใหม่ ให้ผู้ตายคืนชีวิตในเอกสาร ส่วนเงิน 8 หมื่นที่ต้องได้จากการเสียชีวิตเพราะเป็นสมาชิกชมรมฯ ทางญาติก็ยังไม่ได้รับเงิน ตอนนี้ผ่านไป 5 เดือน เรื่องยังเงียบ

ส่วนนายสมศักดิ์ ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า ตอนนั้นทราบข่าวจากญาติว่า นายสมศักดิ์เสียชีวิตไปแล้ว เพราะหายสาบสูญไป ตนในฐานะผู้ใหญ่บ้านยอมรับว่าสะเพร่า จึงไปแจ้งตายด้วยตัวเอง ไม่ได้สอบถามใคร ส่วนการนำชื่อนายสมเกียรติมาเป็นสมาชิกชมรม เป็นความคิดของภรรยาตนเอง

Loading...

ด้านนางลำไย พรภิญโญยิ่ง ภรรยาผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า ตอนนั้นนายสมเกียรติถือว่าไม่มีญาติ เพราะพ่อแม่เสียชีวิตไปหมดแล้ว และนายสมเกียรติก็มาคุยกับตนว่า อยากให้นำชื่อเข้าไปเป็นสมาชิกชมรมฯ ด้วย ถ้านายสมเกียรติตายจะได้มีเงินทำศพให้ ดังนั้นตนจึงทำให้ และเป็นผู้จ่ายเงินค่าศพ ศพละ 50 บาท หากสมาชิกเสียชีวิตตลอด 10 ปี ซึ่งผู้ที่ได้รับผลประโยชน์หากนายสมเกียรติเสียชีวิตก็คือตน แต่ว่าตอนนี้ ตนก็ยังไม่ได้รับเงิน เพราะแก้ไขในเอกสารไปแล้วว่า นายสมเกียรติยังมีชีวิตอยู่

ขณะที่ นายสุทัศน์ ภูมิพยัคฆ์ ประธานชมรมผู้สูงอายุฯ กล่าวว่า เมื่อ 7 ปีก่อนผู้ใหญ่บ้านได้นำชื่อนายสมเกียรติมาสมัครเป็นสมาชิกชมรมฯ ตนจึงสอบถามหลักฐานตามระเบียบ ต้องมีทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน ใบรับรองแพทย์ และคนตัวเป็น ๆ แต่ผู้ใหญ่บ้านมีเพียงสำเนาบัตรประชาชนเท่านั้น ตนก็อนุโลมให้ เพราะถือว่าเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ และน่าจะกลั่นกรองมาแล้ว กระทั่งเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ผู้ใหญ่บ้านนำใบมรณะบัตรมาแจ้งขอเบิกเงินฌาปนกิจนายสมเกียรติ ตนก็ดำเนินการตามระเบียบ ออกใบสั่งให้ไปเก็บเงินสมาชิกครอบครัวละ 50 บาทที่กว่า 1,470 คน เป็นเงินกว่า 7 หมื่นบาท ต่อมา ญาตินายสมเกียรติก็คัดค้านการจ่ายเงิน อ้างว่ายังมีชีวิต ตนก็สั่งให้ยุติการเก็บเงินดังกล่าวแล้ว และขอให้ผู้ใหญ่บ้านไปคืนชาวบ้าน

ส่วนญาติของนายสมเกียรติ ก็พยายามติดต่อเจ้าตัว พร้อมเตรียมเอาผิดผู้ใหญ่บ้าน เบื้องต้นการค้นหาจากทะเบียนราษฎร พบว่ายังมีชีวิตอยู่

เรียบเรียงโดย : ทีมงาน kchivit .com | ขอบคุณ : ช่อง 3ข่าวช่องวัน

ข่าวน่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติมจากผู้เขียน