วัดดังอ่างทอง วาดจิตรกรรมฝาผนัง บันทึกเหตุการณ์ยุคโควิด-19

0 303

ท่ามกลางวิกฤตย่อมมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ เพียงแต่ใครจะนำวิกฤตนั้นมาสร้างโอกาสในมุมไหน หรือไม่ อย่างไร ในวิกฤตสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ก็เช่นกัน วัดไผ่หมูขวิดศรัทธาธรรม หมู่ที่ 9 ต.ยี่ล้น อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ได้นำมาเป็นโอกาสในการเตือนสติการดำรงชีวิตของประชาชนที่ต้องตั้งอยู่บนความไม่ประมาท

สิ่งนี้ยังได้รับความสนใจจากชาวบ้านเป็นอย่างมาก เมื่อทางวัดที่กำลังก่อสร้างพระอุโบสถ ได้ใส่ภาพเขียนบนฝาผนังภาย ในพระอุโบสถเป็นภาพพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า ตอนชนะมาร

พระครูวิรุฬห์ธรรมาภิรักษ์ เจ้าอาวาสวัดไผ่หมูขวิดศรัทธาธรรม บอกเล่ารายละเอียดว่า หลังจากที่ทางวัดได้สร้างพระอุโบสถเสร็จแล้ว ได้มีการวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังขึ้น แต่ระหว่างที่ช่างกำลังวาดภาพอยู่ได้เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ขึ้นมา เห็นว่าเพื่อเป็นการช่วยกันประชาสัมพันธ์เผยแพร่การป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ ไวรัสดังกล่าว จึงได้ให้ช่างวาดภาพเทวดา นางฟ้า และภาพต่างๆ สวมใส่หน้ากากอนามัย หรือแมสก์ไปด้วย

เพื่อเป็นกุศโลบายให้ประชาชนที่เดินทางมากราบไหว้พระในโบสถ์เห็น จะได้สวมใส่หน้ากากอนามัยเช่นกัน

ภาพที่เขียนอยู่ในโบสถ์นี้ จะมีทั้งภาพพุทธประวัติและภาพวาดพระพุทธรูปปางต่างๆ ซึ่งภาพที่ได้รับความสนใจเป็นภาพพุทธประวัติ ภาพพาหุง มีทั้งหมด 8 บท เป็นภาพตอนมารผจญ

โดยเป็นภาพที่พระพุทธเจ้านั่งสมาธิ อยู่บนรัตนบัลลังก์ และมีพญามารจะมาพยายามแย่งบัลลังก์ของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าจึงได้ทรงเปลี่ยนพระอิริยาบถนำมือลงมาข้างหนึ่ง พระแม่ธรณีจึงผุดขึ้นมาจากพื้นดินมาบีบมวยผมขจัดพญามารจนตาย

ส่วนที่ทางวัดได้ทำภาพพระแม่ธรณีบีบมวยผมสวมใส่แมสก์ เพื่อจะเตือนสติให้กับผู้ที่พบเห็นว่า ในปัจจุบันนี้ได้เกิดโรคระบาดจากเชื้อโควิด-19 ให้ทุกคนสวมใส่แมสก์เพื่อป้องกันภัย ซึ่งพญามารเปรียบเสมือนเชื้อโรค หรือตัวโควิด-19

ขณะเดียวกันอยากเขียนภาพไว้เป็นอนุสรณ์ว่าในช่วงยุคสมัยที่สร้างโบสถ์นี้มีการระบาดของเชื้อโควิด-19 แม้แต่ยักษ์ก็ยังสวมใส่แมสก์

นอกจากนั้น หากมีญาติโยมเดินทางมาทำบุญไม่ว่าจะมากหรือน้อย ทางวัดได้ทำหน้ากากอนามัยป้องกันโรคลงยันต์แจก ฟรี โดยมีชาวบ้านจิตอาสาที่ว่างงานในหมู่บ้านมาช่วยกันเย็บแมสก์แจกให้กับ ผู้ใจบุญ

หน้ากากที่แจกจะลงยันต์กันภัย เรียกว่ายันต์นะหาย หัวใจท้าวเวสสุวัณ ซึ่งเป็นพญายักษ์ที่ป้องกันภัยทั้ง 4 ทิศ ยันต์พระเจ้า 5 พระองค์ และหัวใจเปรต เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับญาติโยมให้ตั้งอยู่บนความไม่ประมาท ให้ต่อสู้รอดพ้นจากเชื้อโควิด-19 ไปด้วยกัน

Loading...

ด้าน นายธีร์รัชช์ บุญธราพัฒน์ อายุ 39 ปี จิตรกรอิสระผู้วาดภาพจิตรกรรมฝาผนัง เล่าว่า ภาพจิตรกรรมฝาผนังตอนมารผจญ จะไม่มีรายละเอียดอะไรมาก แต่จิตรกรแต่ละคนจะสอดแทรกเรื่องราว เช่นเหตุการณ์ปัจจุบัน เพื่อบันทึกเรื่องราว ขณะนั้น

นอกจากนี้วัดไผ่หมูขวิดศรัทธาธรรม ยังมีรูปปั้นหมูเป็นสัญลักษณ์ของวัด ก็ได้นำหน้ากากอนามัยมาสวมใส่ เพื่อเตือนสติชาวบ้านด้วย

สําหรับวัดไผ่หมูขวิดศรัทธาธรรม เคยโด่งดังมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อเดือนส.ค.2560 ทางวัดสร้างผ้ายันต์และเสื้อยันต์ลิเวอร์พูล ทำให้แฟนหงส์แห่แหนมาเช่าซื้อและจับจองเป็นจำนวนมาก

เมื่อเรื่องนี้ฮือฮาในวงสังคม จึงเกิดกระแสวิจารณ์ทั้งด้านบวกและด้านลบ เจ้าอาวาสจึงได้ประกาศยุติการสร้างและการจองผ้ายันต์และเสื้อยันต์ลิเวอร์พูล หลังจากจำหน่ายหมดไปแล้ว เนื่องจาก ผ้ายันต์มีสัญลักษณ์ทีมฟุตบอลไม่ได้เป็นตราพระพุทธรูป หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชา จึงหยุดการสร้าง

เมื่อมีการสร้างโบสถ์ ก็ดูโดดเด่น สะดุดตาแก่ผู้พบเห็น เนื่องจากที่บริเวณผนังด้านนอกโบสถ์ ทางวัดได้ให้พุทธศาสนิกชนที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาร่วมทำบุญพระสมเด็จอรหันต์ ทำจากปูนปั้น มีขนาดกว้าง 7.5 นิ้ว สูง 10.5 นิ้ว เป็นพระอรหันต์สีทอง เศียรของพระมีลักษณะกลมไม่มียอดแหลม จำนวน 1,250 องค์ พร้อมสลักชื่อ ที่อยู่ วันเดือน ปีเกิด ลงในแผ่นทองของผู้ที่ร่วมทำบุญ แล้วนำแผ่นทองไปติดที่ด้านหลังของพระสมเด็จอรหันต์

จากนั้นจะลงตัวเลขลำดับที่และรายชื่อเอาไว้ในบัญชีรายชื่อ พร้อมให้ช่างนำไปประดับบนผนังของโบสถ์ด้านนอก แทนการนำกระเบื้องสีสันต่างๆ หรือกระจก สีสดใส มาประดับ เพื่อให้เกิดความสวยงามแก่ผู้พบเห็น

ประวัติวัดไผ่หมูขวิดศรัทธาธรรม ตั้งอยู่บ้านไผ่หมูขวิด เลขที่ 47 หมู่ที่ 9 ต.ยี่ล้น อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ก่อสร้างเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.2547

นายพิมพ์ นางจำปี ตู้พิจิตร ได้มอบที่ดินให้เป็นที่สร้างวัด จำนวน 1 แปลง ตามโฉนดเลขที่ 152667 มีเนื้อที่ 8 ไร่ 12 ตารางวา มีที่ธรณีสงฆ์ จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 1 ไร่ ตามมติมหาเถรสมาคม ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดและได้ตั้งชื่อวัดตามชื่อหมู่บ้านด้วยแรงศรัทธาในธรรมะของ พระสมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงตั้งชื่อว่า “วัดไผ่หมูขวิดศรัทธาธรรม”

จากคำบอกกล่าวของ นายทองชุบ นาคยศ บอกว่า สมัยก่อนหมู่บ้านแห่งนี้เป็นป่ามีหมูป่าค่อนข้างมาก ได้เข้ามาหาอาหารกิน แล้วเข้ามาทำลายข้าวของเสียหาย ชาวบ้านได้ปลูกไผ่ทำเป็นรั้วบ้าน เพื่อป้องกันหมูป่า

หมู่บ้านแห่งนี้จึงถูกเรียกว่า “บ้านไผ่ หมูขวิด”

ปัจจุบันวัดไผ่หมูขวิดศรัทธาธรรม ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งใน อ.วิเศษชัยชาญ

 

เรียบเรียงโดย : ทีมงาน kchivit .com | ขอบคุณ : bugaboo

ข่าวน่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติมจากผู้เขียน