ทองราคาพุ่ง สูงสุดในรอบ 7 ปี แนะอย่ารีบขาย อาจพุ่งแตะ 27,000

0 604

วันที่ 25 เม.ย. 63 เวลา 16.30 น. ราคาทองคำปรับขึ้นทำสถิติใหม่สูงสุดในรอบ 7 ปี โดยราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ครั้งที่ 5 ราคาทองคำแท่งขายออกที่บาทละ 26,300 บาท รับซื้อ 26,100 บาท ทองรูปพรรณ ขายออกที่ 26,800 บาท รับซื้อที่ 25,635.56 บาท ทุบสถิติจากเมื่อวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่ราคาทองคำแท่งขายออกอยู่ที่บาทละ 26,250 บาท รับซื้อ 26,050 บาท ทองรูปพรรณ ขายออกที่ 26,750 บาท รับซื้อที่ 25,574.92 บาท

นายณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ ประธานบริหาร บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ กรุ๊ป เผยว่า การปรับขึ้นของราคาทองคำในรอบนี้เป็นผลจากในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา รัฐบาลทุกประเทศต่างอนุมัติงบเยียวยาจากวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคระบาด ตลาดน้ำมันมีความผันผวนและติดลบอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน เป็นผลให้รัฐบาลกลางสหรัฐ หรือเฟด ประกาศเดินหน้าทำ อินฟินิตี้ คิวอี หรือพิมพ์เงินไม่อั้นเข้าสู่ระบบเศรฐกิจ ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า เฮลิคอปเตอร์ มันนี่ เป็นการโปรยเงินเพื่อช่วยเศรษฐกิจให้ได้ เพราะสถานการณ์ในอเมริกาขณะนี้มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก

Loading...

แต่นโยบายนี้ เป็นการช่วยพยุงเศรษฐกิจได้เพียงในระยะสั้นๆ 1-2 เดือนเท่านั้น แต่ในระยะยาวมีโอกาสที่อเมริกาจะเจอภาวะเงินเฟ้อสูงมาก ซึ่งเป็นผลจากการพิมพ์เงินเข้าสู่ระบบเป็นจำนวนมหาศาลและเป็นเหตุผลทำให้ราคาทองคำปรับสูงขึ้น

“จะสังเกตว่าปัจจุบันไม่เฉพาะราคาทองคำที่ปรับสูงขึ้น แต่ตลาดหุ้นสหรัฐก็ปรับขึ้นตามก้วยต่างจากในอดีตที่สวนทางกัน ซึ่งเป็นผลมาจากเงินที่เฟดอัดฉีดเข้ามาในระบบสูงมาก และไหลเข้าไปในตลาดหุ้นและทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย”

เอ็มทีเอส มีมุมมองต่อตลาดทองคำว่ายังเป็นช่วงขาขึ้น หรือตลาดกระทิง โดยยังมีโอกาสปรับขึ้นได้อีก และเร็วๆนี้ มีโอกาสแตะที่ระดับ 27,000 บาทต่อบาททองคำ ภายในไตรมาส 2 ถึงต้นไตรมาส 3 ปีนี้ ดังนั้นคำแนะนำนักลงทุนอย่าเพิ่งรีบขาย เนื่องจากราคายังปรับขึ้นได้อีกมาก และสำหรับผู้ที่จะซื้อลงทุน รอให้ราคาย่อตัวลงมาที่บริเวณ 25,500 บาท จึงเป็นจังหวะเข้าซื้อ “ประเทศไทยทำตรงข้ามกับกับอเมริกา คือคนอเมริกาซื้อทองเก็บ ส่วนบ้านเราขายทอง เพราะไม่มีเงินจะใช้” นายณัฐพงศ์ กล่าว

สำหรับใครที่กำลังประสบปัญหาการเงิน ต้องการจะขายทองที่มีอยู่ ก็อาจจะต้องรอลุ้นกันอีกสักหน่อย ว่าราคาทองจะพุ่งสูงถึง 27,000 บาทหรือไม่

 

เรียบเรียงโดย : ทีมงาน kchivit .com | ขอบคุณ : usharenews

 

 

ข่าวน่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติมจากผู้เขียน