กราบหัวใจ คุณหมอ ยอมลำบาก ช่วยเด็กน้อยกักตัวโควิด 19 เหนื่อยแค่ไหนก็ไม่หวั่น

0 375

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่เรียกรอยยิ้มจากโลกโซเชียลได้ไม่น้อยเลยละคะ สำหรับ เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2563 จากผู้ใช้ทวิตเตอร์ @art_moshi เกี่ยวกับบันทึกของคุณหมอท่านหนึ่ง ชื่อว่า พี่สร้อย หมออนามัย รพ.สต.น้ำตวง ต.น้ำพาง อ.แม่จริม จ.น่าน ผู้ซึ่งอุทิศตัวเพื่อชาวบ้านให้ได้รับบริการสุขภาพที่ดี แม้ต้องบุกป่าฝ่าดง ขึ้นเขาลงห้วย คุณหมอก็ยอม

โดยเรื่องราวเริ่มจาก มีชาวบ้านแจ้งคุณหมอมาว่า เด็กน้อย 1 ใน 6 ของผู้กักตัวเองจาก Covid 19 ที่อยู่ในไร่ มีอาการไข้ เจ็บคอ ทางญาติต้องทำอย่างไรบ้าง ซึ่งคุณหมอนิ่งไปชั่วครู่ ด้วยความเป็นห่วงเด็กจะมีอาการเจ็บป่วยมากน้อยเพียงใด จึงตัดสินใจแจ้งญาติไปว่า “เดี๋ยวหมอจะไปเยี่ยมเองนะ”

ขณะที่ตอบไปก็ยังไม่รู้ว่าจะไปยังไง และเส้นทางที่จะไปมีสภาพเป็นอย่างไร ซึ่งผู้ป่วยรายนี้คุณหมอก็ยังไม่เคยไปเยี่ยม จากนั้นได้โทร. ประสาน อสม. ชวนไปเยี่ยมด้วยกัน โดย อสม. ถามกลับมา “หมอไปไหวเหรอมันไกลมากนะ ต้องข้ามห้วย ข้ามเขา 2 ลูก จึงจะถึงที่กักตัว”

เมื่อทราบเช่นนั้นคุณหมอก็ไม่หวั่น ได้ประสานแจ้งให้ผู้ช่วยเหลือคนไข้ที่ปฏิบัติงานใน รพ.สต. เตรียมตัวเพื่อไปเยี่ยมผู้ป่วย และตัวคุณหมอก็เตรียมความพร้อมในการป้องกันตัวเองให้มีความเสี่ยงน้อยที่สุด ต้องใส่ชุดให้รัดกุม ภายใต้อุณหภูมิที่ขณะนั้นสูงกว่า 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป

คุณหมอจัดแจงใส่หน้ากากอนามัยตามด้วย Face Shield ที่ประยุกต์จากวัสดุในพื้นที่ สวมรองเท้าบูตสำหรับเตรียมข้ามลำห้วย เตรียมยาให้ผู้ป่วย ปรอทวัดไข้ ถุงมือ กว่าจะพร้อมเดินทางก็บ่ายโมงกว่า ๆ แล้ว เมื่อทุกอย่างพร้อม ก็นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ออกจาก รพ.สต. ไปหาคนไข้ทันที

เส้นทางจาก รพ.สต. ไปยังสถานที่กักตัว เริ่มจากถนนค่อนข้างสะดวกสบาย เข้าสู่ถนนลูกรัง ความยากลำบากเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ บางช่วงเป็นเส้นทางที่แคบและเขาสูงชัน บางช่วงมีลำห้วยขวางกั้นเส้นทาง ต้องเดินเท้าสลับกับนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์หลายรอบ

ระหว่างทางคุณหมอเหงื่อท่วมตัว ภายใต้ชุดประยุกต์ที่ปิดมิดชิด หายใจภายใต้หน้ากากอนามัยที่ชุ่มด้วยเหงื่อ ช่างเป็นช่วงเวลาที่ยาวนาน ทำให้เข้าใจในความหมายของคำว่า เหนื่อยสายตัวแทบขาด เป็นแบบนี้เอง

Loading...

จุดหมายปลายทางเริ่มเข้าใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ คุณหมอดีใจที่มองเห็นภูเขาสูงชันตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แต่ดีใจได้เดี๋ยวเดียวก็ต้องลงเดินอีกครั้ง ปล่อยให้ผู้ช่วยเหลือคนไข้ควบรถจักรยานยนต์ขึ้นเนินที่แคบและชันไปรออยู่ตรงตัวเนินเขา สักครู่ได้ยินเสียงร้องตะโกนลงมาว่า “หมอครับ จะถึงแล้วครับ พอเดินไหวไหม”

จะบอกว่าไม่ไหวก็กลัวเสียฟอร์ม จึงตะโกนบอกไปว่า “ไหว ยังพอไหว” ทั้งที่เหนื่อยแทบจะขาดใจ มือข้างหนึ่งหิ้วถุงยา อีกข้างก็พยุงเกาะยึดกิ่งไม้ เถาวัลย์ หรือวัตถุตามข้างทาง แถมยังไถลลื่นไปหลายครั้ง แต่คุณหมอก็พยุงตัวขึ้นไปเรื่อย ๆ

พอโผล่พ้นเนินเขา มองออกไปไกล ๆ เห็นกระต๊อบเล็ก ๆ อยู่ลิบ ๆ ความรู้สึกดีใจกลบความเหนื่อยล้าไปสิ้น พอเข้าใกล้ในระยะสายตาที่มองเห็นชัดเจน สภาพกระต๊อบที่ปลูกอยู่กลางไร่ไม่ได้มีความคงทนถาวร เสาทำด้วยไม้ขนาดท่อนแขน พอที่จะค้ำยันไม่ให้ล้มลงไปได้สักระยะเวลาหนึ่ง ฝาผนังทำจากกระสอบและเศษผ้ากะลาเก่า ๆ พอบังลมได้บางส่วน หลังคามุงด้วยหญ้าคาวางทับ ๆ เอาไว้ มีไม้ฟืนทับอีกทีกันไม่ให้ลมพัดปลิว จากสภาพคุณหมอคิดในใจว่าผู้กักตัวคงร้อนน่าดู

เมื่อถึงกระต๊อบ เห็นเด็ก ๆ อายุไล่เลี่ยกันราว 4-7 ขวบ จำนวน 4 คน แต่ละคนสวมเสื้อผ้าเก่า ๆ เนื้อตัวมอมแมม ยิ้มกว้าง ๆ มาพร้อมกับผู้หญิงสูงวัย 2 คน คงจะเป็นยายและแม่ของเด็ก ๆ ทุกคนสวมหน้ากากผ้า ออกมาต้อนรับด้วยความดีใจที่มีหมออนามัยมาเยี่ยมถึงไร่ ด้านคุณหมอก็มีน้ำตาเอ่อล้นออกมาโดยไม่ทันรู้ตัว รู้สึกสงสารเด็ก ๆ ที่ต้องทนอยู่ในสภาพอากาศที่ร้อนระอุแบบนี้จนครบ 14 วัน

คุณหมอทักทายเด็ก ๆ ว่า “เล่นที่ไร่สนุกไหม” ทุกคนตอบเกือบพร้อมกันว่า “สนุก” จากนั้นคุณหมอไม่รอให้หายเหนื่อย เข้าตรวจร่างกายคนไข้ทันที กลัวจะมืดค่ำในช่วงขากลับ พร้อมกับยึดหลักป้องกันการสัมผัสยืนห่างกัน 2 เมตร ให้ทุกคนล้างมือ ก่อนจะสอบถามความเป็นอยู่ ประเมินสภาพแวดล้อมทั่วไป ซึ่งทุกคนบอกว่ามีความสุขกับการกักตัว ไม่ได้ลำบากอะไร สามารถอยู่ได้ครบ 14 วันแน่นอน

สำหรับเด็กน้อยที่ป่วย คุณหมอวัดไข้ได้เพียง 37.0 องศาเซลเซียส มีอาการเจ็บคอ ไอ มีน้ำมูก ไม่หอบเหนื่อย จึงให้ยาที่จัดเตรียมมา พร้อมทั้งบอกกับแม่เด็กไว้ว่า หมอจะให้ยาแก้ไข้ ยาบรรเทาอาการไอ และยาลดน้ำมูก ให้กิน 3 วัน และจะติดตามอาการไข้ทุกวัน ก่อนที่จะเดินทางกลับ รพ.สต. พร้อมกับผู้ช่วยเหลือคนไข้

หลังจากกลับถึงที่พักแล้ว คุณหมอแทบหมดแรง คืนนั้นหลับเกือบสนิท ถ้าในใจไม่คิดเป็นห่วงเด็ก กลัวว่าไข้จะขึ้นตอนกลางคืน จึงได้ติดตามอาการไข้จากญาติที่ไปส่งอาหารและน้ำดื่มเป็นประจำทุกวัน พบว่าตลอดระยะเวลา 3 วัน เด็กไม่มีไข้ ไม่มีอาการไอและไม่มีน้ำมูก อาการทุเลาลงและหายเป็นปกติในวันที่สาม

ทั้งนี้ ความรับผิดชอบ ความผูกพันกับชาวบ้านที่มีต่อกัน ทำให้ตัวคุณหมอลืมความเหน็ดเหนื่อย ความยากลำบากที่พบเจอในระหว่างการทำงาน เพียงเพื่ออยากให้ชาวบ้านได้รับบริการสุขภาพที่ดี มีความปลอดภัยจากความเสี่ยงที่โลกกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ #เราไม่ทิ้งกัน #เรื่องจากหมอเมืองน่าน

 

เรียบเรียงโดย : ทีมงาน kchivit .com | ขอบคุณ : พี่สร้อย หมออนามัย รพ.สต.น้ำตวง จ.น่าน / ทวิตเตอร์ @art_moshi

ข่าวน่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติมจากผู้เขียน