เปิด 10 วิธีรักษาสิวสเตียรอยด์ให้หายขาด

0 441

สิว กลายเป็นปัญหาฮอตฮิตที่ทำให้สาว ๆ หลายคนถึงกับกุมขมับ ไม่ว่าจะเป็น สิวอักเสบ สิวอุดตัน สิวเสี้ยน และโดยเฉพาะ “สิวสเตียรอยด์” ที่ทำอย่างไรก็ไม่หายสักที จนบางคนเริ่มท้อ เพราะหมดเงินรักษาไปเป็นหมื่น ๆ เพียงเพราะหลงคำเคลมจากโฆษณาเครื่องสำอางที่อันตรายและไม่ได้มาตรฐาน ตอนใช้หน้าขาวใสข้ามคืนแต่พอหยุดใช้กลับหน้าพัง สิวบุกแบบจัดเต็ม แถมยังต้องใช้เวลารักษากันเป็นปี ๆ อีกต่างหาก

วันนี้เราจึงนำความรู้เกี่ยวกับ สิวสเตียรอยด์ มาฝากกัน โดยจะพาไปทำความรู้จักกับสิวประเภทนี้ให้มากขึ้น พร้อมแนะนำวิธีรักษาสิวที่ถูกต้องและตรงจุด บอกเลยงานนี้ได้เวลามากำราบสิวสเตียรอยด์ให้อยู่หมัดกันแล้ว

สิวสเตียรอยด์ คืออะไร ?

สิวสเตียรอยด์ หรือ Acneiform Eruption ที่แปลว่า ผื่นที่มีลักษณะคล้ายสิว โดยเป็นตุ่มหนองและตุ่มน้ำ บางครั้งจะขึ้นพร้อมกันทีเดียวหรืออาจค่อย ๆ ทยอยขึ้น แต่ไม่ว่าจะขึ้นช้าหรือเร็วทุกเม็ดจะมีลักษณะเหมือนกัน ซึ่งต่างจากสิวทั่วไป ที่มีหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น สิวอุดตัน สิวหัวดำ และสิวอักเสบ ปะปนกันขึ้นกับระยะของสิว

 

สิวสเตียรอยด์ เกิดจากอะไร ?

1. เครื่องสำอางค์ที่มีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์

เครื่องสำอางหรือครีมมีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์ ที่ช่วยเนรมิตหน้าขาวใส ไร้สิว ซึ่งเห็นผลเร็วในช่วงแรก ๆ แต่เมื่อใช้ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานาน ๆ จะเกิดอาการที่เรียกว่า ผิวหน้าติดสารสเตียรอยด์ ทำให้ผิวบอบบาง แพ้ง่าย และเป็นสิว

2. การฉีดสิว

สาว ๆ หลายคนคงหงุดหงิดกับสิวที่ชอบขึ้นก่อนวันสำคัญ โดยทางออกที่ดีที่สุดคือการฉีดสิว เพราะช่วยให้สิวยุบแบบรวดเร็วทันใจภายใน 24-48 ชั่วโมง แต่รู้หรือไม่ว่าสารที่ใช้ฉีดสิวคือสารสเตียรอยด์ ดังนั้นการฉีดสิวเป็นประจำอาจทำให้ผิวหน้าติดสารสเตียรอยด์ได้

3. ยารักษาสิวผสมสารสเตียรอยด์

การใช้ยารักษาสิวผสมสารสเตียรอยด์ ซึ่งช่วยรักษาผื่นแพ้ ผื่นคัน รวมถึงลดการอักเสบได้เป็นอย่างดี แต่เมื่อใช้ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานาน หรือใช้ในปริมาณที่สูงเกินไปจะทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ผิวแตกลาย ผิวบอบบางแพ้ง่าย และเป็นสิวตามมา

จุดเริ่มต้นของการเกิดสิวสเตียรอยด์

Loading...

เกิดจากการอักเสบของรูขุมขน โดยมีการปล่อยของเสียต่าง ๆ ออกมาจากเซลล์ ซึ่งไปรวมตัวกับน้ำมันที่ผลิตออกมาจากต่อมไขมันจึงทำให้เกิดเป็นสิวสเตียรอยด์

วิธีรักษาสิวสเตียรอยด์

1. หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์

2. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าสูตรปราศจากสบู่ น้ำหอม AHA/BHA และกรดวิตามินเอ

3. เปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เน้นให้ผิวแข็งแรง เพิ่มความชุ่มชื้น งดการใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อหน้าขาวใส หรือลดริ้วรอยเร่งด่วน

4. งดนวดหน้า ขัดหน้า หรือลอกหน้า เพราะเป็นการรบกวนผิว ส่งผลให้เกิดการระคายเคืองได้

5. หลีกเลี่ยงการออกแดด เพราะผิวที่โดนแดดนอกจากจะฟื้นตัวช้าแล้ว ยังกระตุ้นให้สิวเห่ออีกด้วย

6. ดื่มน้ำมาก ๆ ทานอาหารที่มีประโยชน์หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสจัด และพักผ่อนให้เพียงพอ

7. สำหรับใครที่ไม่แพ้เหงื่อตัวเองแนะนำให้ออกกำลังกาย เนื่องจากเหงื่อและความร้อนในร่างกายจะช่วยทำความสะอาดรูขุมขน

8. หากอาการไม่ดีขึ้น หรือแย่ลงแนะนำให้พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที

สิวสเตียรอยด์เป็นสิวที่ค่อนข้างรักษายากและต้องใช้เวลา ดังนั้นสาว ๆ คนไหนที่ไม่อยากเป็นสิวประเภทนี้แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดี มีมาตรฐาน อย่าหลงเชื่อโฆษณาเกินจริง ไม่อย่างนั้นอาจต้องมานั่งเสียใจภายหลังก็เป็นได้

 

เรียบเรียงโดย : ทีมงาน kchivit .com | ขอบคุณ : healthline.com, honestdocs.co,

ข่าวน่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติมจากผู้เขียน