สั่งห้ามพระแจ้สัก-อาบน้ำมนต์ วัดพ่อกวยขอตัดขาด

1,278

จากกรณี กระแสโซเชียลกล่าวถึงพระตะวัน อิทฺธิโชโต หรือ พระอาจารย์แจ้ อำเภอวังน้อย พระนครศรีอยุธยา เกี่ยวกับมีการปั่นราคาเหรียญและพระเครื่อง และการสร้างความงมงายหรือไม่นั้น

~

~

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก “วัดโฆสิตาราม หลวงพ่อกวย ชุตินฺธโร อย่างเป็นทางการ โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 65 เวลา 18.43 น. ระบุข้อความว่า

~

~

ประกาศแจ้งจากทางวัดโฆสิตาราม (หลวงพ่อกวย ชุตินธโร) ต.บางขุด อ.สรรค์บุรี จ.ชัยนาท เรื่อง วัตถุมงคล รูปถ่าย หลวงพ่อกวย ชุตินธโร ที่วัดน้อมประชาสรรค์ จัดสร้างและจำหน่าย

~

~

โดยทางวัดโฆสิตารามไม่ได้อนุญาติ และทางวัดโฆสิตารามไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับบุคคลใดๆ หรือกิจกรรมใดๆ ของวัดน้อมประชาสรรค์ ทางวัดโฆสิตาราม ขอแจ้งให้ศิษย์ทราบ โดยทั่วกันว่า ทางวัดโฆสิตาราม ไม่มีการทำพิธี การอาบน้ำมนต์ หรือพิธีการสักยันต์ใดๆ ทั้งสิ้น จึงแจ้งมาให้ศิษย์ยานุศิษย์ของ หลวงพ่อกวย ชุตินธโร ทราบโดยทั่วกัน

~

~

หลังจากกลายเป็นประเด็นสนั่นโซเชียล เกี่ยวกับลิขสิทธิ์รูปภาพและวัตถุมงคล หลวงพ่อกวย ชุตินธโร พระเกจิดัง และเป็นอดีตเจ้าอาวาส ได้มีการนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับหลวงพี่แจ้ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งโด่งดังเป็นกระแสโซเชียลฯ จากการรดน้ำมนต์ ทำพิธี และช่วยเหลือคนด้วย ทำให้มีประชาชนศรัทธาไปทำพิธีจำนวนมาก

วันที่ 16 มิ.ย. 65 ทีมข่าว เดินทางมายังวัดน้อมประชาสรรค์ จ.พระนครศรีอยุธยา ติดต่อขอสัมภาษณ์ พระตะวัน อิทฺธิโชโต หรือ พระอาจารย์แจ้ แต่อีกฝ่ายปฏิเสธ บอกว่าเถรสมาคมได้สั่งห้ามเอาไว้

ด้านกรรมการวัดได้ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ทางวัดได้ตั้งทีมทนายจำนวน 6 คน ให้ดูแลด้านกฎหมายของวัด กำลังดำเนินการฟ้องร้องผู้ที่สร้างความเสียหายให้กับพระตะวัน อิทฺธิโชโต หรือ พระอาจารย์แจ้ และวัดน้อมประชาสรรค์ ทั้งนี้ เนื่องจากทางวัดไม่อยากให้เกิดดราม่า ไม่อยากให้ผู้ที่เสพสื่อนำสารไปตีความแบบผิด ๆ ทางวัดจึงขอสงวนการให้ข่าวทุกประเภท และไม่อนุญาตให้สื่อบันทึกภาพใด ๆ ภายในวัด รวมถึงสัมภาษณ์บุคคลใดภายในวัดอย่างเด็ดขาด

ลูกศิษย์บอกว่าพระอาจารย์แจ้เข้ามาดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาสวัดได้ 3 พรรษา และรออีกเพียง 2 พรรษา ก็จะสามารถดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดแล้ว ที่ผ่านมา พระอาจารย์แจ้ขณะเป็นฆราวาสยังไม่ได้บวชพระ ท่านก็มีลูกศิษย์ลูกหาเยอะมากอยู่แล้ว เมื่อมาบวชเป็นพระ ก็มีประชาชนทั้งในและต่างประเทศ ที่ศรัทธาเดินทางมากราบไหว้ท่าน มาให้ท่านอาบน้ำมนต์ให้เป็นจำนวนมาก ซึ่งท่านก็มักจะอาบน้ำมนต์ให้ลูกศิษย์ทุกคน จะเห็นได้ว่าบางคลิปท่านอาบน้ำมนต์จนเหนื่อยหลับ

ส่วนตัวตนเองเชื่อและศรัทธาพระอาจารย์แจ้เป็นอย่างมาก ถึงแม้ท่านจะเป็นพระที่มีพรรษาน้อยก็ตาม แต่ท่านก็ได้ทำนุบำรุงพระศาสนา และช่วยเหลือคนที่ลำบากจำนวนมาก ท่านชอบช่วยเหลือคน บางวันก็นั่งเรืออกไปช่วยน้ำท่วมต่าง ๆ ไม่ชอบอยู่เฉย ๆ และตนเองเข้ามากราบไหว้ท่านบ่อย ๆ ชีวิตก็เจอแต่เรื่องดี ๆ ทำมาค้าขายดี กราบไหว้แล้วสบายใจ ส่วนกระแสที่ตอนนี้ มองท่านในมุมไม่ดี ตนเองคิดว่าเป็นเรื่องปกติของคน มีคนรักก็ต้องมีคนไม่ชอบ แต่ตนเองก็ยังคงศรัทธาท่าน

นางพยอม สัมฤทธิ์ อายุ 76 ปี ชาวบ้านใกล้วัด บอกว่า พระอาจารย์แจ้เป็นคนดี เป็นพระที่ดี ไม่เคยประพฤติไม่ดี อีกทั้งยังคอยช่วยเหลือชาวบ้าน เช่น ช่วยขนทราย ขนถุงยังชีพมาให้ในช่วงน้ำท่วม โดยในแต่ละวันพระอาจารย์แจ้จะคอยรดน้ำมนต์ และจัดจุดสักยันต์ให้กับลูกศิษย์ ส่วนกระแสดราม่าในโซเชียลฯ ตนไม่ทราบ แต่เชื่อว่าน่าจะมีผู้ที่ไม่หวังดีเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง เพราะพระอาจารย์แจ้ไม่น่าจะรับรู้เรื่องแบบนี้ ทีมข่าวสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ทราบว่าในทุกวัน หากพระตะวัน อิทฺธิโชโต หรือ พระอาจารย์แจ้ ไม่มีกิจนิมนต์ จะรดน้ำมนต์ให้กับชาวบ้านด้วยตัวเอง วันละ 2 รอบ รอบเช้า เวลา 12.00-13.00 น. และรอบบ่าย เวลา 14.00-15.00 น. รวมจำกัดจำนวน 500 คนต่อวัน ส่วนใครที่ประสงค์จะสักยันต์ ทางวัดมีฆารวาสสักให้เริ่มคิวแรกในเวลา 08.00 น. โดยจำกัดวันละ 100 คิว

พระครูอภิรมศาสนกิจ เจ้าคณะตำบลลำตาเสา เจ้าอาวาสวัดราษฎ์บรรจง (ตาดง) รักษาการเจ้าอาวาสวัดน้อมประชาสรรค์ พระอุปชาให้กับพระอาจารย์แจ้ บอกว่า อาตมาพอจะทราบดราม่าในโลกโซเซียลเกี่ยวกับพระอาจารย์แจ้อยู่บ้าง อาตมาไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยอาตมาได้ตักเตือนพระอาจารย์แจ้แล้ว โดยหลังจากที่พระอาจารย์แจ้บวช อาตมาก็ได้ให้พระอาจารย์แจ้จำวัดอยู่ที่วัดราษฎ์บรรจง (ตาดง) ประมาณ 1 เดือน ก่อนจะบอกให้พราะอาจารย์แจ้ย้ายไปจำวัดอยู่ที่วัดประชาสรรค์ ซึ่งลูกศิษย์ของพระอาจารย์แจ้ตั้งแต่สมัยยังเป็นฆารวาสก็ได้ตามมาทำบุญที่วัด จนชื่อเสียงของพระอาจารย์แจ้กับวัดถูกพูดถึงในวงกว้าง โดยในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ชื่อเสียงของพระอาจารย์แจ้ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก จนเกิดกระแสดราม่าขึ้น อาตมาจึงได้ตักเตือนพระอาจารย์แจ้ให้ระวัง เพราะชื่อเสียงเป็นดาบสองคม

สำหรับการสักยันต์ของพระอาจารย์แจ้ หลังจากบวชแล้ว อาตมาได้สั่งห้ามพระอาจารย์แจ้อย่างเด็ดขาดว่าห้ามสัก เพราะจะดูไม่เหมาะสม แต่เนื่องจากลูกศิษย์และชาวบ้านเรียกร้องและเดินทางมาขอให้พระอาจารย์แจ้สักให้ พระอาจารย์แจ้จึงตัดปัญหา ให้ลูกศิษย์เป็นผู้สักให้ผู้ที่ต้องการแทน ส่วนการทำเหรียญ พระอาจารย์แจ้ไม่ได้ทำตลอด แต่จะทำเป็นที่ระลึกตามงานต่าง ๆ เช่น ไหว้ครู และทอดกฐิน ซึ่งเงินค่าเช่าบูชาล้วนนำมาทำนุบำรุงวัดทั้งสิน

แต่การที่มีการปั่นราคาเหรียญนั้นเป็นสิ่งที่อยู่นอกกรอบการควบคุมของอาตมาและพระอาจารย์แจ้ ทั้งนี้ อาตมายังคงดำรงตำแหน่งเป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัดน้อมประชาสรรค์ อาตมาดูแลทุกอย่างภายในวัด ซึ่งพระจารย์แจ้ก็ยังคงอยู่ในสายตาของอาตมาอยู่ตลอด โดยเมื่อเกิดกระแสดราม่าขึ้น อาตมาก็จะยิ่งดูแลตรวจสอบพระอาจารย์แจ้ให้เข้มงวดมากขึ้น เช่น การอาบน้ำมนต์ให้ญาติโยม ขณะนี้มีคนมารอให้พระอาจารย์แจ้รดน้ำมนต์เป็นจำนวนมาก ซึ่งกระแสดราม่ามองว่าไม่ดีหรืองมงาย ทั้ง ๆ ที่การรดน้ำมนต์เป็นสิ่งที่สงฆ์ทำมาตลอด โดยในอนาคต อาตมาอาจจะบอกให้พระอาจารย์แจ้เลิกการอาบน้ำมนต์ แต่เป็นการทำน้ำมนต์ใส่ขวดแจกแทน เพื่อลดการแออัดภายในวัด

ทีมข่าวได้พูดคุยกับนายสังคม สะแกคุ้ม อายุ 54 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.ชะแมบ อ.วังน้อย เกี่ยวกับประเด็นดราม่าพระอาจารย์แจ้ เล่าย้อนถึงการเลือกพระอาจารย์แจ้ มาเป็นพระที่วัดน้อมประชาสรรค์ว่า เมื่อปี 2562 หลังจากที่เจ้าอาวาสรูปเก่าได้มรณภาพ ทางเจ้าคณะตำบล และผู้นำชุมชนมนพื้นที่ จึงได้ปรึกษาหารือกันว่าจะหาพระมาจำวัดน้อมประชาสวรรค์อย่างไรดี เนื่องจากไม่มีพระมาบวชใหม่เลย จนมติได้ตกลงเลือกพระอาจารย์แจ้ ขณะนั้นเป็นฆารวาสให้มาบวช เพื่อจำวัดอยู่ที่วัดน้อมประชาสวรรค์ โดยสาเหตุที่เลือกพระอาจารย์แจ้ เพราะพระอาจารย์แจ้เป็นคนชอบช่วยเหลือคน ช่วยงานบุญ งานศพที่วัดมาโดยตลอด พระอาจารย์แจ้ก็ยินดีที่จะบวช หลังจากที่พระอาจารย์แจ้บวชแล้ว ก็ยิ่งทำให้พระอาจารย์แจ้ช่วยเหลือคนได้ง่ายยิ่งขึ้น

เวลาใครเดือดร้อนประสบภัย พระอาจารย์แจ้ก็จะส่งของไปช่วยเหลืออยู่ตลอด สำหรับการสักยันต์ หลังจากที่พระอาจารย์บวชก็ไม่ได้สักยันต์อีกเลย โดยยกหน้าที่ให้กับลูกศิษย์ในการสัก ทั้งนี้ การที่พระอาจารย์แจ้มีชื่อเสียง ส่งผลทำให้วัดมีชื่อเสียง ชาวบ้านต่างมีรายได้จากการขายของ ส่วนกระแสดราม่าเกี่ยวกับเหรียญของพระอาจารย์แจ้ ตนคิดว่าเป็นการโจมตีจากผู้ไม่หวังดี เพราะพระอาจารย์แจ้ไม่เคยอวดอ้างสรรพคุณของเหรียญ อีกทั้งพระอาจารย์แจ้ก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการโก่งราคาของเหรียญ

นายธนัช ชัยวชิระศักดิ์ หรือ นัท แฟนพันธุ์แท้จตุคามรามเทพ มองว่า ปัจจุบันนี้เหรียญของพระแจ้ยังไม่ได้นิยมในวงการพระเครื่อง ปัจจุบันจะนิยมเฉพาะศิษย์ของอาจารย์แจ้เองเท่านั้น สำหรับพระอาจารย์แจ้ เป็นพระกระแส ซึ่งตัวเองก็เห็นกระแสในติ๊กต็อก หรือ โซเชียลต่าง ๆ ซึ่งอาจเป็นลูกศิษย์ถ่ายมาลงโซเชียลฯ แต่คิดว่าพระท่านคงไม่เล่นโซเชียลฯ เพราะถือว่าถ้าเล่นเอง ก็จะไม่เหมาะสม สำหรับราคาพระเครื่องของพระอาจารย์แจ้นั้น คิดว่าราคาต้นทุนในการผลิตคงเหรียญละประมาณ 10 บาท แต่ถ้าเหรีญดังกล่าว นำมาทำพิธีพุทธาพิเสก หรือลูกศิษย์นำมาปั่นราคาเอง อาจะราคาแพงมากขึ้น เป็นหลักร้อยถึงหลักพันบาท เท่าที่ตัวเองเห็นเหรียญอาจารย์แจ้จะเห็นราคาอยู่ที่หลักร้อย สำหรับเหรียญพระอายารย์แจ้ เบื้องต้นยังไม่ได้เห็นว่ามีการ มีการยอมรับหรือได้รับใบรับรองจากสมาคมพระเครื่อง

ด้านพระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว มองว่า เรื่องประเด็นพระแจ้ ต้องดูปูมหลัง อย่างจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นจังหวัดที่หนักไปทางไสยศาสตร์รดนำมนตร์ตั้งแต่สมัยรบทัพจับศึก แนวพุธศาสตร์ของอยุธยา สมัยท่านปรีดี พนมยงค์ เคยมีแนวคิดจะทำสวนโมกแนวทางแบบ หวงพ่อพุทธธาตุ หลวงพ่อปัญญา ยังไม่ค่อยเข้มข้นในอยุธยา เมื่อยามที่ชาวบ้านหาที่พึ่ง ไม่มีความหนักแน่น ก็ให้ที่พึ่งชาวพุทธระดับอนุบาลไปก่อน ไสยศาสตร์ดีกว่าอย่างอื่น ๆ ที่มันเลว มันแย่ ไปเล่นอบายมุก ดื่นน้ำไม่ดี แย่กว่าไปรดน้ำมนต์ ถ้าเจ้าอาวาสองค์นี้รดน้ำมนต์ ถ้าสอนธรรมะด้วยก็จะดี การรดน้ำมนต์เหมือนระดับประถม แต่ถ้าระดับอุดมศึษา หรือระดับมหาวิทยาลัย ต้องเน้นไปเรื่องดับทุกข์ รดน้ำมนต์แค่ทำให้ดีใจ แต่ถ้าให้ลึกไปกว่านั้นต้องทำให้ใจดี เข้มแข็งมั่นคงแน่วแน่ในพระรัตนตรัย แล้วจะไปไปทางไสยศาสตร์ปลุกเสกเลขยันต์ต่าง ๆ แต่เดี๋ยวนี้ญาติโยมก็พอใจกับเรื่องไสยศาสตร์ที่จะอยู่กับพระแบบนี้

เรื่องไม่เหมาะสมมันรู้กันอยู่แล้ว เพิ่งบวช 1-2 พรรษา จะเอาความรู้อะไรมาให้ดูดีเหมาะสมกับสมณะ แต่ก็เข้าใจช่วงนี้พระหายไปกว่า 8 หมื่นองค์ เข้าใจว่าให้ช่วยรักษาการ ก็ต้องเอาไปก่อน แต่สักวันต้องไปสะกิดให้ยกระดับ รดน้ำมนต์ด้วย เสกด้วย สอนด้วย จะได้เป็นเรื่องพอเหมาะพอดี แต่ถ้าไปดิ่งจมปักด้านไสยศาสตร์ด้านเดียว พุทธศาสตร์จะไม่มีร่อยรอยอะไรเหลือเลย ส่วนเรื่องบวช 2 พรรษา แล้วสร้างพระเครื่อง ถือว่าเป็นองค์แรก ๆ ของประเทศไทย เดี๋ยวนี้ใครบวชเข้ามาก็อยากเป็นศาสดา ยุคเกลื่อนกราดศาสดา บวชมาไม่ได้เรียนรู้เรื่องดับทุกข์สักเท่าไร ส่วนใหญ่พระ 10 พรรษาขึ้นไปถึงสร้างพระ บวชใหม่เรียกนวกะ ต่อไปมัชชิมะ แล้วก็ไปเถระ นี่ยังไม่ได้เป็นพระเถระ กระโดดข้ามขั้นไปเป็นพระเกจิอาจารย์แล้ว การครอบครูพระพุทธเจ้าเป็นบรมครู หลวงปู่หลวงพ่อต้องเป็นรอง ถ้าเอาไสยศาสตร์มาครอบ แล้วพุทธศาสตร์จะอยู่ตรงไหน

คลิป

ขอบคุณ ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34